นิมิต - กรรมฐาน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย นโมพุทธายะ๕, 11 พฤษภาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    จับภาพหลวงพ่อ
    1f539.png 1f539.png #️จับภาพหลวงพ่อ 1f539.png 1f539.png
    #ถ้าตายแล้วอาการอย่างนั้นจะพลาดนิพพานไหม ?"
    #ท่านบอก #ไม่พลาด 2757.png


    ธรรมทาน#หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม


    ผมมีความสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง
    จับภาพพระไม่ได้ จับภาพหลวงพ่อได้
    ถ้าเราตายขึ้นมาแล้วจะไปได้ไหมครับ?
    ก็ได้ ถ้าจับได้เห็นองค์ใดองค์หนึ่งใช้ได้หมด
    จับอยู่ภาพพระก็แล้วกัน
    ทีนี้ ไอ้จิตมันมีสภาพไม่ลืม
    เมื่อฉันเป็นไข้มันก็มัวเหมือนกัน
    มันมั่วนะ แต่ว่าไม่ได้ขึ้นไปข้างบนเลย
    ตามปกติทุกวันต้องขึ้นไปข้างบนนะ
    ก็เป็นไข้ ๒-๓ วัน ไม่ได้ขึ้นไป
    มันมืด ๆ มันมัว ๆ มันมั่ว
    นี่พออารมณ์จางเข้ามาแล้วก็ขึ้นไปหาพระท่าน
    ถามท่านว่า

    "#ถ้าตายแล้วอาการอย่างนั้นจะพลาดนิพพานไหม ?"
    #ท่านบอก #ไม่พลาด 2757.png
    ถาม ทำไม เพราะจิตไม่นึกถึง
    ท่านบอกว่า จิตมันมีสภาพจำ
    มันจำอยู่ทุกวันแล้ว แล้วมันตั้งเฉพาะว่า
    มันจะมาตรงนี้ ถ้าตายเวลานั้นก็มานิพพาน
    ======================
    จากหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๓๙


    ?temp_hash=bf5758e3056407d43f142793b131c6e0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
  3. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    [​IMG]
     
  4. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    "ธรรมทั้งหมดชี้เข้ามาที่กายกับจิต
    เพราะกายกับจิตนั่นแหละ เป็นคัมภีร์เดิม
    เป็นคัมภีร์ธรรมอย่างแท้จริง"



    พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
  7. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    ?temp_hash=76cacb664c96993036075f355eb993ee.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    temp_hash-5c05343c57daafd993dd04dc0210624b-jpg.jpg
     
  9. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    ?temp_hash=e5eb695fbf9e686feece9a7916fb458a.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
  12. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
  13. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    <iframe width="341" height="607" src="https://www.youtube.com/embed/E6GJOqncEUY" title="ทริคแก้กรรม! ทำบุญยังไงให้ &quot;ผีฝรั่ง&quot; ยอมรับ [GHOST guru]" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
     
  14. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    “ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น” ถอดรหัสที่มาและความหมาย ตามที่หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร อุปมา



    “ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น” เป็นวลีคุ้นชินของนักศึกษาหลักสูตรสมาธิ สถาบันพลังจิตตานุภาพ ที่เจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เมตตากล่าวในเชิงอุปมาการทำสมาธิ เพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้เวลาของการเจริญจิตจะสั้นเพียงชั่วแวบเดียว ก็มีความหมายทางธรรมอย่างยิ่ง
    วลีนี้มิใช่สำนวนตรงไปตรงมาเชิงคำพูด แต่เป็นภาษาภาพ ที่อาศัยพฤติกรรมการเคลื่อนไหวฉับพลันของสัตว์มาถ่ายทอดแนวคิดนามธรรมเชิงเปรียบเทียบ เกี่ยวกับขณะจิตในการทำสมาธิ ให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
    แนวคิดเรื่องช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มีอานิสงส์มากนั้น ปรากฏใน “เวลามสูตร” ที่พระพุทธเจ้าทรงยกมหาทานของพราหมณ์ชื่อ “เวลามะ” มาเป็นฐานเชิงเปรียบเทียบ โดยไล่เรียงลำดับคุณค่าของบุญกุศล ดังนี้
    - ทานมากมาย ยังด้อยกว่าศีล
    - ศีลครบถ้วน ยังด้อยกว่าเมตตาจิต
    - เมตตาจิต ยังด้อยกว่าเจริญอนิจจสัญญา
    ในพระสูตรนี้ ได้อุปมาเรื่องเวลาไว้ว่า การเจริญเมตตาจิตแม้เพียง “ชั่วสูดดมของหอม” ก็ยังมีอานิสงส์ยิ่ง และการเจริญอนิจจสัญญาแม้เพียง “ชั่วลัดนิ้วมือ” ยิ่งมีอานิสงส์สูงกว่าอีก แสดงว่า คุณค่าทางธรรมมิได้วัดที่ความยาวนานของเวลา หากวัดที่คุณภาพของจิตที่ได้รับการฝึกฝน ต่างหาก
    นอกจากนี้ ยังมีวลีอื่น ๆ ปรากฏในพระสูตรอีกด้วย เช่น ชั่วไก่กระพือปีก หรือชั่วรีดนมโค ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบในแนวทางเดียวกัน ต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือ “ชั่วรีดนมโค” สื่อถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ในกิจกรรมหนึ่งที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นการเปรียบเทียบช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ต่อเนื่องกัน ต่างจาก “ชั่วลัดนิ้วมือ” ที่สื่อความสั้น ๆ ชั่วขณะเดียว
    “ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น” ก็เป็นวลีในกลุ่มเดียวกัน โดยการนำพฤติกรรมของสัตว์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมาอุปมาแทนระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อสื่อว่า การกระดิกหูของช้างและการแลบลิ้นของงู เป็นการเคลื่อนไหวเพียงชั่วแวบเดียว จึงเหมาะกับการสื่อแนวคิดเรื่องช่วงเวลาอันสั้นยิ่งของขณะจิตในการทำสมาธิ
    ตามที่หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้เมตตาหยิบยกวลีที่สื่อความหมายสอดคล้องกัน อย่าง “ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น” ซึ่งปรากฏในชั้นอรรถกถาเพื่ออธิบายความในพระสูตร มาอุปมาเพิ่มเติม ก็เพื่อเน้นย้ำให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับผู้คนทั่วไป
    วลีนี้ มาจากอรรถกถา "มโนรถปูรณี" ที่ได้อุปมาเกี่ยวกับช่วงเวลาสั้น ๆ ไว้ว่า “หัตถิกัณณจลนมัตตัง วา อหิวารณมัตตัง วา” (“หัตถิ” คือ ช้าง “อหิ” คือ งู) แปลว่า “เพียงเท่าการกระดิกหูของช้างหรือเพียงเท่าอาการฉับไวของงู” ซึ่งพระเถระสายพระกรรมฐาน ได้นำมาแปลให้จำง่าย ๆ ว่า “ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น”
    วลีนี้ จึงมิใช่สำนวนที่เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มีรากฐานทางคัมภีร์เช่นกัน
    คุณค่าของการทำสมาธิ จึงไม่ได้วัดที่ระยะเวลา แต่วัดที่คุณภาพของจิต แม้ช่วงเวลาจะสั้น เพียงชั่วการเคลื่อนไหวฉับพลันของสัตว์ หากจิตตั้งมั่น ก็ย่อมมีความหมายทางธรรมอย่างลึกซึ้ง อุปมานี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมจากภาพที่เห็นได้ง่ายในโลก ไปสู่ความเข้าใจเรื่อง “ขณะจิต” ในการเจริญภาวนา
    นั่นคือ การทำสมาธิแม้เพียงชั่ว “ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น” ก็ย่อมมีคุณค่าทางบุญกุศลอย่างยิ่ง


    คัดลอก เรียบเรียง และสรุปจากเวลามสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย และอรรถกถาอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต อัจฉราสังฆาตวรรค ถ่ายทอดต่อโดย มนต์ชัย เทียนทอง


    [​IMG]


    ที่มา https://web.facebook.com/monchai.tiantong.9?locale=th_TH
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
  16. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
  17. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907


    วิชาเกาะพระ! วิธีใช้อานุภาพพระพุทธเจ้าปิดนรกและเปลี่ยนชะตาชีวิต

    ที่มา https://www.youtube.com/@theseeamulets1009
     
  18. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907
    ถาม:
    ถ้ามีพระภิกษุผู้สอนธรรม ได้แสดงแก่ผู้มาปฏิบัติธรรมให้เป็นที่เข้าใจ ในหมู่ศิษยานุศิษย์ว่า
    ท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต้นธาตุต้นธรรมที่สุดจะให้ธรรม หรือจะให้ธรรมกายแก่ผู้ใด หรือไม่ให้ก็ได้
    แล้วแต่ท่าน จะเป็นไปได้หรือไม่เพียงใดครับ

    และถ้าไม่จริงอย่างนั้น พระภิกษุผู้ที่พูดหรือแสดงให้เป็นที่เข้าใจ ในหมู่ผู้เข้ามาศึกษา และปฏิบัติธรรมเช่นนั้น จะถือว่าท่านมุสาหรือเปล่าครับผม


    XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

    ตอบ :
    ปัญหานี้อาตมา จะขอแยกตอบเพียงสองประเด็นใหญ่ ๆ ก็คงจะพอเข้าใจได้ตลอดคือ
    ] ๑) ถ้ามีพระภิกษุแสดงว่า
    ท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต้นธาตุ ต้นธรรม
    ที่สุดจะให้ธรรมหรือจะให้ธรรมกาย หรือจะไม่ให้แก่ใครก็ได้ แล้วแต่ท่าน
    ข้อนี้ตอบได้เลยว่า....
    ไม่จริง เป็นไปไม่ได้


    แม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ เป็นผู้ทรงคุณอันประเสริฐสูงสุด
    เป็นที่ประจักษ์แก่พระสงฆ์สาวก ผู้ศึกษาและปฏิบัติตาม พระธรรมของพระองค์
    ท่านก็ยังไม่เคยแสดงพระองค์ว่า เป็นผู้ให้ธรรมหรือธรรมกายแก่ใคร
    มีแต่ทรงแสดงว่าพระพุทธองค์เป็น แต่ผู้บอกหรือชี้ทางให้ธรรม เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคล
    จะพึงบรรลุและรู้เองเห็นเอง มีเอกสารหลักฐานในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ชัดเจน โปรดดูความในพระสุตตันปิฎกมัชฌิมนิกายอุปริปัณณาสก์คุณกโมคคัลลานสูตรว่าด้วยการศึกษา
    และการปฏิบัติเป็นขั้นตอนข้อ ๑๐๑-๑๐๓
    ซึ่ง ณ ที่นี้จะคัดเอาแต่ความในวรรคสุดท้าย
    ของข้อ ๑๐๓ มาแสดงให้เห็นดังนี้
    “ ดูกรพราหมณ์เราจะทำอย่างไรได้
    ตถาคตเป็น แต่ผู้บอกหนทางให้
    และโปรดดูในบทสรรเสริญพระธรรมคุณที่พุทธศาสนิกชนสวดกันเป็นประจำที่ว่า
    “ สนทิฏฐิโกฯ ” อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเองและ“ ... ปัจจเวทิตพฺโพวิญญหา” อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำพระมงคลเทพมุนี (สดจนฺทสโร) ก็ไม่เคยปรากฏว่าท่านเคยแสดงไว้เช่นนั้น
    มีแต่ท่านแสดง (จากข้อความที่ถอดเทปไว้) ว่าท่านศึกษาและปฏิบัติธรรมมา ตั้งแต่บวชมิได้หยุดเลยบัดนี้
    (ขณะที่สอนและบันทึกเทปนี้)
    ทั้งเรียนและทั้งสอนด้วย ไม่เห็นว่าท่านได้เคยแสดงว่าท่านบรรลุธรรมสูงสุด แต่ประการใด
    แล้วยิ่งถ้าเป็นพระภิกษุที่มาบวชในพระพุทธศาสนานี้เพิ่งจะได้มาเรียนรู้ธรรมปฏิบัติตามแนววิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้า แต่เพียงครึ่งๆกลาง ๆ บางส่วนจากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านได้สั่งสอนถ่ายทอดไว้ดีแล้ว ทุกแง่ทุกมุม
    จะไปวิเศษวิโสกว่าพระพุทธเจ้า
    หรือแม้แต่กว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ
    ซึ่งท่านได้ถ่ายทอดวิชชานี้เอาไว้ก่อนแล้ว ได้อย่างไร
    ถ้าถึงขั้นจะให้ธรรมหรือให้ธรรมกาย
    หรือจะไม่ให้แก่ใคร ๆ ก็ได้ เช่นนั้นก็นับว่าพระภิกษุรูปนั้นทรงคุณวิเศษสูงกว่าพระพุทธเจ้าเสียอีก
    ถ้าเช่นนั้นลองขอให้ท่านเหาะเหินเดินอากาศให้ดูหน่อยประไร เอาแค่คุณธรรมเพียงเศษธุลีพระพุทธเจ้าเท่านั้นแหละ
    หรือลองสังเกตภิกษุรูปนั้น
    ดูว่ากิเลสประเภทโลภ โกรธ หลง
    เพียงขั้นหยาบๆนี้แหละ ว่ายังมีอยู่หรือว่าหมดกิเลสเป็นสมุเฉทปหานแล้วหรือยัง
    ถ้าเห็นว่ายังมีโลภ โกรธ หลงอยู่แล้ว
    ก็อย่าได้ไปหลงเชื่อ ถ้ามีพระภิกษุประเภทนี้นะ
    โกหกทั้งเพ
    ๒) ถ้าเป็นพระภิกษุได้แสดงออกให้ใครก็ตาม
    ที่เป็นผู้ใหญ่รู้เดียงสาแล้ว ให้ได้ยินได้ฟัง
    ได้รู้และเข้าใจความ ตามที่พระภิกษุนั้นกล่าวแสดงเช่นนั้น ออกไปแม้เพียงครั้งเดียว
    ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือการปฏิญญาโดยตรงหรือว่าจะเป็นการใช้เล่ห์กโลบาย
    และการแนะนำธรรมในเชิงชี้นำ ให้ศิษยานุศิษย์เห็นเป็นเช่นนั้น ด้วยเจตนาจะอวดอุตตรมนุษยธรรม
    อันไม่มีจริงในตน ตามพระวินัยพุทธบัญญัติ
    ภิกษุรูปนั้นย่อมต้องอาบัติปาราชิก
    ในฐานอวดอุตตริมนุษยธรรมอันไม่มีจริง ในตนไปทันที ณ บัดนั้น



    สัมภาษณ์พระราชพรหมเถรวีระ คณุตฺตโม
    อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ(ภาษีเจริญ)

    ครูอาจารย์ของหลวงป๋า
     
  20. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,639
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,406
    ค่าพลัง:
    +70,907


    แนวทางการบำเพ็ญบารมีเพื่อบรรลุนิพพานตามระดับภูมิธรรมที่ปฏิบัติได้

    ที่มา https://www.youtube.com/@mongkoldhamma
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...