เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 1 เมษายน 2026 at 20:49.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,099
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,072
    ค่าพลัง:
    +26,894
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,099
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,072
    ค่าพลัง:
    +26,894
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ไม่ทราบว่าวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ นี้เป็นวันโลกาวินาศหรืออย่างไร ? เนื่องเพราะว่าทันทีที่กระผม/อาตมภาพเดินทางไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ความวุ่นวายสารพัดก็เกิดขึ้น..!

    อันดับแรกก็คือสอบถามว่า "งานรับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการนั้นจัดที่ไหน ?" ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้ แต่ชี้ให้ดูว่ามีการจัดงานสองที่ ก็คือถ้าด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และทางด้านคุรุสภา

    กระผม/อาตมภาพจึงต้องให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ซึ่งทำหน้าที่พลขับ มุ่งตรงไปยังหน้ากระทรวง เพราะเห็นว่ามีพระอยู่ทางด้านนั้นหลายรูป แต่ไปถึงแล้วปรากฏว่า ที่นั่นเป็นการทำบุญครบ ๑๓๔ ปี กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่สถานที่จัดเพื่อรับรางวัล จึงต้องขับรถวนรอบกระทรวง เพื่อมาเข้าทางด้านคุรุสภาอีกครั้งหนึ่ง

    ครั้นเข้ามาแล้ว สอบถามทางด้านเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่อยู่บริเวณนั้นว่า "สถานที่จอดรถของผู้รับรางวัลคือที่ไหน ?" อีกฝ่ายหนึ่งก็อึกอักตอบไม่ได้ จึงบอกไปว่า "ทางด้านผู้จัดได้ขอเอาหมายเลขทะเบียนรถ และยี่ห้อสีสันรถยนต์ไปหมดแล้ว" ทางด้าน รปภ.จึงได้ไปยกเอากรวย ตลอดจนกระทั่งเครื่องกั้นออก บอกให้จอดตรงบริเวณพื้นที่ขาวแดงตรงนี้เลย..!

    กระผม/อาตมภาพถามว่า "เขาไม่ได้เตรียมที่เอาไว้ให้สำหรับรถผู้มารับรางวัลหรือ ?" กระผม/อาตมภาพดูด้วยสายตาน่าจะได้อีกไม่เกิน ๔ คัน รปภ.ตอบว่า "ต้องจอดตรงนี้แหละครับ ถ้าหากว่าตรงนี้เต็ม ก็ต้องไปจอดที่ทางวัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร..!" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่นั่งกุมหัวตัวเองคิดว่า "ทำงานภาษาอะไรกันวะ ทุกอย่างเหมือนกับมืออาชีพมากเลย แต่พอมาถึงกลายเป็นหลงจู๊หัดใหม่ไปเสียนี่..!"

    ครั้นจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็ให้น้องเล็กไปสอบถามเจ้าหน้าที่ด้านบน ปรากฏว่าทางด้านนั้นแจ้งว่า "ยังไม่รับลงทะเบียน ขอให้ถึงเวลา ๐๘.๓๐ น.ก่อน แล้วค่อยมาลงทะเบียน" คราวนี้ก็เวรกรรมตรงที่ว่า กระผม/อาตมภาพเคยไปรับรางวัลในสถานที่ราชการระดับกระทรวงมาแล้วเป็น ๑๐ ครั้ง เขาจะจัดสถานที่ต้อนรับพระและภัตตาหารเช้าเอาไว้ แต่ว่าที่นี่ไม่มีอะไรให้เลยแม้กระทั่งที่นั่ง..! จึงได้แต่นั่งอยู่ในรถของตัวเอง

    สักครู่ใหญ่ขณะที่ภาวนาอยู่ เสียงน้องเล็กเรียกว่ามีหลวงปู่รูปหนึ่งมาถึง พอออกมาก็เห็นว่าเป็นหลวงปู่เจ้าคุณหัตไทย - พระโบราณพิทักษ์ (หัตไทย วิสุทฺธิสาโร) วัดลุ่ม (พระอารามหลวง) ตำบลท่าประดู อำเภอเมืองระยองนั่นเอง ท่านเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๓ เดินยิ้มมาอย่างอารมณ์ดีกับพระอนุจร

    ซึ่งพระอนุจรติดตามท่าน พอเห็นหน้าก็ยกมือไหว้กระผม/อาตมภาพ หันไปบอกกับหลวงปู่ท่านว่า "หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุนครับ" กระผม/อาตมภาพจึงนิมนต์หลวงปู่ท่านนั่งลงที่โคนต้นไม้ ซึ่งเขาก่ออิฐล้อมเอาไว้หน่อยหนึ่ง พอเป็นที่นั่งได้ รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปในตัวอาคารได้สักที..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,099
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,072
    ค่าพลัง:
    +26,894
    อีกสักพักใหญ่ ลูกศิษย์ของหลวงปู่ ซึ่งน่าจะเป็นพนักงานขับรถ ก็เดินมารายงานว่า ถนนด้านหน้ากระทรวงนี้ไม่มีร้านอาหารแม้แต่ร้านเดียว เลยไม่รู้จะซื้ออะไรมาถวายหลวงปู่..! ทางด้านเจ้าหน้าที่ รปภ. เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ชี้มือให้เดินลึกเข้าไปภายในกระทรวง บอกว่า "ผ่านแยกตรงนั้นไป จะมีร้านอาหารที่ขายให้ข้าราชการภายในนี้ครับ"

    กระผม/อาตมภาพจึงนิมนต์หลวงปู่ท่านว่า "ไปฉันก่อนเถอะครับ อายุมากแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมไปเสียเปล่า ๆ" ทางด้านเจ้าหน้าที่ รปภ.ถามว่า "แล้วหลวงพ่อไม่ฉันก่อนหรือครับ ?" กระผม/อาตมภาพแจ้งว่า "มางานแบบนี้อาตมภาพไม่เคยประมาท ฉันมาตั้งแต่กลางทางแล้วทุกครั้ง"

    จนกระทั่งพระเถระอีกหลายรูปทยอยกันมา กระผม/อาตมภาพเห็นว่านั่งข้างล่างแบบนี้น่าจะไม่งามแล้ว เพราะว่าเกะกะไปหมด..! จึงขึ้นไปทางด้านบน มีเจ้าหน้าที่มาประจำโต๊ะแล้ว ๔ - ๕ ราย แต่ก็ยังยืนยันว่า "ลงทะเบียนตอน ๘ โมงครึ่งครับ" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่คิดในใจว่า "ทำไมเจ้าหน้าที่เขาตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนี้วะ ? ใครมาก่อนลงทะเบียนก่อนก็จบปัญหาไปแล้ว"

    ถ้าหากว่าปล่อยให้มาพร้อม ๆ กันแล้วประดังกันมาลงทะเบียน คุณจะได้รูปว่าคนหนาแน่นอย่างเดียว แต่การทำงานจะยุ่งฉิบหายวายป่วง..! ไอ้เรื่องฉลาดน้อยแบบนี้ ทำไมถึงได้เก่งกันนักก็ไม่รู้ ? คิดแล้วก็เดินเลยไปทางด้านในซึ่งมีเก้าอี้ว่างอยู่ ไปนั่งตรงนั้น พระเถระอีก ๒ รูปก็เดินตามมานั่งด้วย

    สักครู่ใหญ่ หลวงปู่หัตไทยซึ่งฉันเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินภายใต้การประคับประคองของลูกศิษย์ ขึ้นมานั่งด้วยเช่นกัน ปล่อยให้พวกเรานั่งรออยู่ตรงนั้นเกือบชั่วโมง..! ทั้ง ๆ ที่มาถึงตั้งแต่ประมาณ ๖ โมงเช้า ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ ๘ โมงครึ่งแล้ว ผู้คนที่มารับรางวัลทยอยกันมานับร้อย โดยเฉพาะฝ่ายฆราวาส แต่เขาก็ยังไม่ยอมเปิดให้ลงทะเบียน พอดีลูกศิษย์ก็คือ "ทิดเฟิร์ส" (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) ซึ่งวันนี้ Work From Home อาศัยแวบมาดูว่าหลวงพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ? คงจะทนรำคาญไม่ไหว ก็เลยไปฉวยใบลงทะเบียนมาให้กระผม/อาตมภาพ และหลวงปู่หัตไทย ตลอดจนพระรูปอื่นได้เซ็น

    เมื่อเซ็นลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว "ทิดเฟิร์ส" ก็ไปเบิกอาหารเช้า ซึ่งลักษณะเหมือนกับขนมมา ๒ กล่อง เป็นของพระเถระ ๑ กล่อง
    ของผู้ติดตาม ๑ กล่อง ซึ่งก็ใส่ขนมที่ฉันได้ไม่กี่คำก็หมดแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงไม่ได้ยุ่งด้วย เพราะว่าสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ตอนนี้คือน้ำ ไม่ใช่อาหาร..!

    เขาปล่อยให้เรานั่งกลืนน้ำลายอยู่ตรงนั้นอีกพักใหญ่ "ทิดเฟิร์ส" ก็ไปนำเอาช่อดอกไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้เข้ารับรางวัล มาให้ติดที่หน้าอก ช่อดอกไม้ทำได้เลิศหรูอลังการมาก แต่ทางด้านหลังเป็นแผ่นแม่เหล็ก ไม่สามารถที่จะติดได้ เนื่องเพราะว่าช่อดอกไม้หนักมาก ติดแม่เหล็กเข้าไปเมื่อไร ก็หมุนหัวทิ่มพื้นทุกที..! กระผม/อาตมภาพก็ยังนึกว่าไอ้เรื่องง่าย ๆ ราคาไม่แพง อย่างเช่นว่าที่ติดบัตรอันเดียว จะใช้เข็มกลัดร้อยก็ไม่มีใครว่าอะไร กลับไม่ทำ ไปทำในสิ่งที่อลังการงานสร้าง แต่ไร้ประโยชน์สิ้นดีแบบนี้..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,099
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,072
    ค่าพลัง:
    +26,894
    จนกระทั่งบรรดาเจ้าหน้าที่เห็นพวกเราซึ่งนั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่ามีพระที่รับรางวัลถึง ๙ รูป ๑๐ รูป จึงได้นิมนต์ไปพักที่ทางด้านหลัง ซึ่งน่าจะเป็นห้องรับประทานอาหารของข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่าเป็นโต๊ะกลมล้อมด้วยเก้าอี้ ๑ ตัว และโต๊ะทรงรีล้อมด้วยเก้าอี้อีก ๒ ตัว ไปนั่งอยู่ในที่นั้นแล้วทักทายพูดคุยกัน บุคคลที่คุ้นเคยกันแล้ว อย่างหลวงพ่อติ๋ว (พระครูวิมลญาณอุดม) วัดมณีชลขันธ์ พระอารามหลวง จังหวัดลพบุรี ก็ดี หรือว่าหลวงพี่น้ำฝน (พระครูปลัดสิทธิวัฒน์) วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ก็ตาม

    เป็นอันว่าเขาเอาพระทั้งหมดมาซุก ๆ ซ่อน ๆ เอาไว้ อาจจะเป็นเพราะอับอายขายหน้าที่พระได้ช่วยงานของกระทรวงเอาไว้มาก ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากระทรวงไร้ความสามารถ ต้องอาศัยพระถึงจะทำงานได้ประมาณนั้น..! แทนที่จะจัดที่นั่งด้านหน้าให้เป็นที่นั่งของพระ เพื่อเชิดหน้าชูตาเป็นสง่าราศี กลับเอาไปซุกเอาไว้ในห้องอาหาร แล้วก็มีอาหารเช้ามาให้ตอนเกือบ ๘ โมงครึ่ง ก็คือข้าวเหนียว ๑ ห่อกับหมูปิ้ง ๓ ไม้ ถวายพระแต่ละรูป แล้วก็ตามมาด้วยชานมไข่มุก ๑ แก้ว

    กระผม/อาตมภาพรับแล้วก็วางไว้เช่นเดิม นึกอยู่ในใจอย่างเดียวว่า "ถ้าหากว่าเอ็งเป็นพระที่อดอาหารมาเกิน ๑๘ ชั่วโมงแล้ว ของแค่นี้จะพอยาขี้ฟันไหม ?" แต่ก็ไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ซึ่งต่อให้ตำหนิไปก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้..!

    อีกพักใหญ่ทีเดียว กว่าที่เขาจะนำน้ำเปล่ามาถวายอีกคนละ ๑ ขวด กระผม/อาตมภาพเปิดกรอกทีเดียวหมดขวดไปเลย..! หลังจากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็รอเวลา เนื่องเพราะว่าเวลาของเขาก็คือพิธีเปิดตอน ๑๐ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจ อันดับแรกก็คือตารางงานของคุณหาความชัดเจนไม่ได้ บอกว่านิมนต์เลี้ยงพระ ๑๓๔ รูป ตอน ๐๖.๐๙ น. แต่ไม่บอกว่านิมนต์พระรูปใดบ้าง บรรดาท่านผู้ที่รับรางวัลก็แห่กันมาจนหมด แล้วจะให้ต้องมานั่งอมลิ้น มองดูคนอื่นเขาฉันหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ? ยังโชคดีที่ว่าจัดงานอยู่คนละสถานที่กัน จึงได้แต่นั่งมองหน้ากันแบบปลงอนิจจัง..!

    กระทรวงที่มีบุคลากรแทบจะมากที่สุดในประเทศไทย ได้รับงบประมาณแทบจะมากที่สุดในประเทศไทย แต่หาบุคลากรที่จัดงานให้เหมาะสมกับความเป็นประเทศพระพุทธศาสนาไม่ได้เลย ดูแล้วก็รู้สึกว่าอนาคตของประเทศไทยค่อนข้างจะมืดมนอย่างแน่นอน เพราะว่ากระทรวงที่ต้องไปสั่งสอนเยาวชนให้ออกไปเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลัง ถ้าสามารถทำงานได้แค่นี้เท่านั้น ก็แปลว่าสิ่งที่เราจะหวังฝากอนาคตประเทศเอาไว้ก็คงไม่ต้องฝากกันแล้ว..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,099
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,072
    ค่าพลัง:
    +26,894
    ครั้น ๑๐ โมงตรง ปรากฏว่าทางด้านผู้ที่มาเป็นประธานในงานนั้น ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรก กลายเป็นนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมาอ่านสาส์นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วหลังจากนั้นก็ให้โอวาทแก่บุคคลทั้งหลายที่มาร่วมงานในวันนี้ โดยเฉพาะฝากความหวังเอาไว้กับทุกท่าน ซึ่งมารับเกียรติบัตรและเข็มเสมาคุณูปการว่า ให้ช่วยกันค้ำจุนการศึกษาของประเทศของเราให้ต่อเนื่องสืบไป กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ถอนใจ..!

    จนกระทั่งเกือบจะ ๑๐ โมงครึ่ง ทางเจ้าหน้าที่จึงให้พระทั้งหมดเข้าแถวออกไปรับรางวัล ซึ่งก็ประกาศแต่ชื่อเท่านั้น ไม่มีเกียรติประวัติ ไม่มีอะไรเหมือนกับสถานที่อื่น ซึ่งเขาสามารถที่จะขึ้นจอให้ทุกคนได้ทราบว่า บุคคลหน้าตาแบบนี้ ทำประโยชน์ต่อกระทรวงของตนอย่างไรบ้าง ? พูดง่าย ๆ ว่าทำงานไม่เป็นชัด ๆ จัดงานระดับชาติ แต่ว่าทำได้ระดับ อบต. เท่านั้น ดีไม่ดี อบต.ทางด้านที่กระผม/อาตมภาพอยู่ น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีก..!

    เมื่อรับรางวัลแล้วก็ไม่ได้มีการบอกการกล่าวอะไรเลย ปล่อยบรรดาพระเถระแต่ละท่านให้ลูกศิษย์รับกลับกันเอง..! กระผม/อาตมภาพจึงได้แต่คิดว่า วันนี้สงสัยออกจากที่พัก ลืมดูลมสูรยกาลา - จันทรกาลาเสียก่อน หรือไม่ก็ลืมดูฤกษ์ดูยาม ไม่ว่าจะยามอุบากอง หรือว่ายามฤกษ์ปลอด ตั้งเมฆฉายอะไรพวกนั้น จึงทำให้ออกมาเจอกับวันโลกาวินาศแบบนี้..!

    แต่ก็ขอให้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดแก่กระผม/อาตมภาพเถอะ เนื่องเพราะว่าอย่างน้อยก็กล้าพูด กล้าบอก กล้ากล่าวแก่คนอื่น สำหรับท่านทั้งหลายที่ไม่กล้าพูด กล้าบอก กล้ากล่าว และรับรางวัลมาทุกปี ก็คงกลับไป "หวานอมขมกลืน" อยู่ที่วัด แล้วพอได้ยินที่กระผม/อาตมภาพพูด ก็อาจจะตกใจจนช็อกตาตั้ง หรือไม่ก็ปรบมือชอบใจว่าน่าจะมีคนพูดแบบนี้นานแล้วก็เป็นได้..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...