เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 7 เมษายน 2026 at 19:58.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,128
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,896
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,128
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,896
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ บรรยากาศช่วงเช้าในขณะที่ออกบิณฑบาต รู้สึกว่าเงียบเหงาเศร้าซึมมาก เนื่องเพราะว่าปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือว่าวันปกติ ทางทองผาภูมิก็จะมีนักท่องเที่ยวไปมาอยู่เสมอ

    เนื่องเพราะว่าเป็นสถานที่ใกล้เคียงกรุงเทพมหานคร สามารถไปกลับได้ภายในวันเดียว หรือถ้าหากว่าตั้งใจจะสัมผัสบรรยากาศให้มากสักหน่อย ก็มาแล้วค้างสักคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นท่องเที่ยวในส่วนที่ตนเองต้องการแล้วค่อยกลับก็ได้ แต่ปรากฏว่าสภาวะของสงครามที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแพงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ จึงทำให้บรรดานักท่องเที่ยวจะต้องระมัดระวังการใช้จ่ายของตนเอง กลายเป็นว่าอะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด

    กระผม/อาตมภาพยังรู้สึกดีใจว่า ได้มอบหมายให้ท่านอาจารย์วิชชุ อารมณ์ดี นำคณะรวมใจภักดิ์ของท่าน ช่วยดูแลในส่วนของแปลงเกษตรสาธิตเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยศาสตร์พระราชา และแปลงเกษตรสาธิตโคกหนองนาในพระราชดำริ ซึ่งในปัจจุบันนี้เริ่มมีผลิตผลต่าง ๆ ออกสู่ท้องตลาด ซึ่งก็คือตลาดริมแควเมืองท่าขนุนนั่นเอง ในส่วนนี้อย่างน้อยต่อให้สินค้าต่าง ๆ ราคาแพงขึ้น แต่ว่าเรามีการผลิตในพื้นที่ของตนเอง ก็ย่อมดีกว่าที่จะต้องไปซื้อหาจากคนอื่นในราคาแพง ๆ

    แต่ว่าการทำบุญสุนทานนั้นยังคงเป็นปกติ ญาติโยมซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นพี่น้องมอญพม่า ใครเคยทำบุญใส่บาตรอย่างไร ก็ยังคงทำบุญใส่บาตรตามปกติ เพียงแต่ว่ารายที่เคยทำบุญเป็นประจำ อย่างเช่นว่าร้านอาหารเงาะป่าก็ดี ร้านอาหารจานแก้วก็ตาม เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าลูกค้าเงียบเหงามาก ปกติแล้วอย่างน้อยก็จะต้องมีรถตู้หรือว่ารถส่วนตัว จอดให้ลูกค้ามารับประทานอาหารกันมากมาย แต่ว่าในปัจจุบันนี้ บางร้านก็โหรงเหรง บางร้านก็แทบจะร้างไปเลย..! ทำให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า สิ่งของต่าง ๆ ที่แพงขึ้นนั้น ทำให้คนต้องระมัดระวังการใช้จ่าย

    โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่มักจะเข้าร้านสะดวกซื้อตามปกติ กระผม/อาตมภาพเคยบอกแล้วว่า ซื้อไข่มาต้มกินเอง อย่างเก่งก็ ๓ บาท ๕ บาท แต่ว่าท่านไปซื้อไข่ในร้านสะดวกซื้อที่เขาต้มเอาไว้แล้ว ก็ย่อมโดนบวกราคาเข้าไปแพงจนหูดับ..!

    ในตลาดของทองผาภูมินั้น ถ้าหากว่าท่านมีเงิน ๔๐ - ๕๐ บาท จะซื้อกล้วยหอมสวย ๆ
    ทั้งหวี รสชาติดีเลิศอย่างไรก็มีให้ ไม่เห็นจะต้องไปซื้อในร้านสะดวกซื้อผลละ ๖ - ๗ บาทเลย ซึ่งความมักง่าย เอาแต่ความสะดวกใส่ตัวนี้แหละ ที่ทำให้พวกเราเคยชินจนบางคนก็จมไม่ลง ซึ่งเป็นความเคยชินในด้านที่ไม่ดีเอาเสียเลย เพราะว่ากลายเป็นท่านทั้งหลายลำบากไม่เป็น..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,128
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,896
    กระผม/อาตมภาพเองนั้น ถ้าหากว่าปราศจากไฟฟ้า ก็ยังสามารถที่จะหุงข้าวต้มแกงได้ ต่อให้ไม่มีหม้อไหกระทะอะไรที่ทันสมัย กระบอกไม้ไผ่หรือว่าใบบัว ก็ยังสามารถหุงข้าวได้ ไม่มีอะไรเลย ขอให้มีผ้าผืนหนึ่ง ก็สามารถที่จะหุงข้าวกินได้..!

    แต่ว่าหลายท่านไม่เคยผ่านความลำบากแบบนี้มา ท่านทั้งหลายจึงต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อความสะดวกสบายในตรงนี้มากกว่าคนอื่นเขา แล้วในสภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ท่านทั้งหลายจะไปหาเงินมาเพิ่มเติมในช่วงฉุกเฉินก็คงจะเป็นเรื่องยาก ยกเว้นว่าได้มีการสะสมเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

    ส่วนในด้านของบุคคลที่ใส่บาตรทำบุญเป็นปกติ ก็ยังคงทำบุญใส่บาตรสร้างกุศลใส่ตัว
    ตรงส่วนนี้ชื่นชมพี่น้องมอญพม่าเป็นอย่างมาก ทุกท่านไม่ได้สนใจว่าปัจจุบันนี้จะมีอะไรเดือดร้อนสักเท่าไร เขามั่นใจอยู่อย่างเดียวว่า บุญกุศลจะทำให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ดีขึ้นทันตาในโลกนี้ ก็จะดีขึ้นในโลกหน้า ด้วยทัศนคติแบบนี้แหละ จึงทำให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นสั่งสมบุญอย่างสม่ำเสมอ

    ส่วนบรรดาญาติโยมทั้งหลายที่เป็นคนไทยนั้น ถ้าหากว่าท่านมีภาระที่ต้องดูแลตัวเอง ต้องดูแลครอบครัว เราก็ลดในส่วนของทานลง แต่ว่าให้ไปเพิ่มในส่วนของศีลและการภาวนาให้มากขึ้น เนื่องเพราะว่าในเรื่องของบุญกุศลนั้น เราสามารถทำได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนา หรือว่าเป็นการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อคนอื่น เป็นการอนุโมทนาในคุณงามความดีที่คนอื่นได้ทำ เป็นการอุทิศผลบุญที่เราได้ทำแล้วแก่บุคคลอื่น

    หรือว่าการฟังเทศน์ฟังธรรมแล้วน้อมนำไปปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติได้แล้วก็สั่งสอนคนอื่นต่อไป โดยที่ท่านทั้งหลายตั้งจิตเอาไว้ในด้านของสัมมาทิฏฐิ ท่านก็สามารถที่จะสร้างบุญกุศลได้ทุกวันและทุกเวลา

    ในส่วนของการต้องดูแลตนเอง ต้องดูแลครอบครัว เราอาจจะไม่ประมาท อยู่ในลักษณะลดในเรื่องของทาน คือการให้ลงก็ได้ แต่ว่าในเรื่องของศีลและภาวนา เราต้องเร่งให้มากขึ้น
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,128
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,896
    โดยเฉพาะการภาวนานั้น กระผม/อาตมภาพแนะนำมาหลายปีเต็มทีแล้วว่า ให้ภาวนาพระคาถาเงินล้าน เนื่องเพราะว่าพระคาถานี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานให้มา แล้วหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ท่านก็นำมาเผยแผ่ต่อ ท่านทั้งหลายระลึกถึงจุดนี้ ก็จะเป็นพุทธานุสติ เป็นสังฆานุสติ การภาวนาของท่านควบกับลมหายใจเข้าออก ก็จะเป็นอานาปานสติ ก็คือการภาวนาแบบเดียวกับการใช้คำภาวนาอื่น ๆ นั่นเอง

    เพียงแต่ว่าการภาวนาพระคาถาเงินล้านนั้น จะมีความพิเศษอยู่ตรงที่ช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการเป็นอยู่ของเรา แต่ว่าท่านทั้งหลายถ้ามาเริ่มในระยะนี้ก็อาจจะไม่ทันการณ์ โดยเฉพาะการภาวนานั้นต้องวางกำลังใจให้เป็นกลาง ก็คือไม่ได้อยากร่ำรวย ไม่ได้อยากได้สิ่งตอบแทน แต่ว่าภาวนาเป็นอนุสติ

    เพียงแต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้ ท่านทั้งหลายจะวางกำลังใจให้เป็นกลางก็ยากอย่างยิ่ง แต่ว่าก็ไม่เกินความสามารถของเรา ให้พยายามรักษาใจของเราให้สงบระงับด้วยการภาวนาให้ได้ จิตใจที่สงบระงับ เราก็จะมีสติ บุคคลที่มีสติ เราย่อมเกิดปัญญาที่จะนำพาชีวิตของเราไปในหนทางที่สะดวก หรือว่าหนทางที่ดีที่สุด เท่าที่เราจะพึงทำได้

    สำหรับวันนี้ขอเจริญพรขอบคุณบรรดาญาติโยมทั้งหลาย ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารต่อสามเณรภาคฤดูร้อน ต้องบอกว่าอุดมสมบูรณ์จนน่าอิจฉา ทำเอาพระภิกษุพลอยได้พึ่งใบบุญของสามเณรไปด้วย..!

    เมื่อวานนี้ก็เห็นมีไก่ทอดชื่อดังมาอย่างชนิดเป็นถังใหญ่ ตั้งลงไปวงละถังเลย..! แล้ววันนี้ก็ยังมีข้าวปลาอาหารที่ตั้งใจทำมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของราดหน้าหมี่กรอบ ใส่เนื้อหมูชิ้นเบ้อเริ่ม รู้สึกว่าบรรดาสามเณรทั้งหลายไม่อยากจะสึกหาลาเพศกันเสียแล้ว..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,128
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,896
    เพราะว่าระยะนี้ก็คือระยะของการทัศนศึกษา แล้วในขณะเดียวกัน ข้าวปลาอาหารก็อุดมสมบูรณ์เหลือเกิน ยอมมานั่งสัปหงกเจริญพระกรรมฐานตั้งแต่ตี ๓ ครึ่ง แล้วก็ทนลำบากในการทำความสะอาดวัด หรือว่าการบิณฑบาตที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ซึ่งถือว่าเล็กน้อยมาก

    หลังจากนั้นก็อยู่ในลักษณะของการ "กินหรู อยู่สบาย" โดยเฉพาะพ่อแม่ก็คงไม่อยากจะให้สึกหาลาเพศไปในขณะนี้ จึงเป็นเรื่องที่หลายต่อหลายท่าน ถึงเวลาครบโครงการแล้วบอกให้สึก ก็มาขอร้องว่าขออยู่จนเปิดเทอมได้หรือไม่ ? บางท่านพรุ่งนี้จะเปิดเทอมแล้ว วันนี้ยังไม่ยอมสึกเลยก็มี..!

    เรื่องพวกนี้บางทีท่านทั้งหลายที่อยู่บ้านก็คิดไม่ถึงว่า สามเณรนั้นความจริงมีความสามารถที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ตลอดจนกระทั่งทำหน้าที่ซึ่งได้รับมอบให้รับผิดชอบ แต่ว่าเมื่อกลับบ้านแล้ว ด้วยความรักของพ่อแม่ ก็มักจะทำงานแทนลูกไปเสียหมด ทำให้ลูกไม่ได้พัฒนาศักยภาพตรงนี้เลย กระผม/อาตมภาพเคยถามหลายท่านแล้วว่า เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าเราตายลงไปตอนนี้ แล้วลูกจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ ?

    อย่าทำตัวในลักษณะพ่อแม่รังแกฉัน ปกป้องลูกยิ่งกว่าไข่ในหิน ถึงเวลาแล้วโลกเรานี้โหดร้ายกว่าที่คิดมากมายนัก ถ้าลูกไม่สามารถที่จะทำอะไรด้วยตนเอง หวังแต่พึ่งพาผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา แล้วเมื่อไรจะเอาตัวรอดไปได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่เร่าร้อนรุนแรงอย่างในปัจจุบันนี้

    ท่านทั้งหลายที่ดูแลลูกในลักษณะที่เขาว่า "สปอย" ก็ต้องพยายามให้ลูกหัดทำอะไร ๆ ด้วยตนเองได้แล้ว ฉวยโอกาสพลาดพลั้ง เราเป็นอะไรไป อย่างน้อยลูกก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ลำบากจนเกินไปนัก..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...