เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 30 พฤษภาคม 2026 at 18:13.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,418
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,131
    ค่าพลัง:
    +26,929
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,418
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,131
    ค่าพลัง:
    +26,929
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ตี ๓ ครึ่ง กระผม/อาตมภาพก็ลงไปนำผู้เข้ารับการอบรม ตามโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรม ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ปฏิบัติธรรมเป็นรอบสุดท้าย

    เนื่องเพราะว่าวันนี้จะเป็นพิธีปิดโครงการ จึงได้ทบทวนความรู้ในการปฏิบัติธรรม ทั้งกรรมฐาน ๔๐ กอง บวกด้วยวิปัสสนาญาณ ตลอดจนกระทั่งมหาสติปัฏฐานสูตร ให้ทุกท่านได้เข้าใจว่าแต่ละอย่างคืออะไร ? ทั้ง ๆ ที่บางทีกระผม/อาตมภาพพูดสั้น ๆ แค่ประโยคครึ่งประโยค แต่ทุกคนมักจะไม่ทราบว่านั่นก็คือกรรมฐานใหญ่ทั้งกอง อย่างเช่นว่า "เมื่อร่างกายเน่าเปื่อยผุพังจมดินไป อะไรสักน้อยหนึ่งก็ไม่มีเหลือเลย" ใครจะคิดว่านั่นก็คืออรูปฌานทั้งกอง..! เหล่านี้เป็นต้น

    เมื่อทำหน้าที่ของตนเองครบถ้วนสมบูรณ์ ก็ปล่อยให้พระวิปัสสนาจารย์ผู้ร่วมโครงการ โดยเฉพาะพระมหาจักรพงษ์ ปญฺญาทีโป ป.ธ.๖ เจ้าอาวาสวัดพุทธบริษัท นำในการทำวัตรเช้า แล้วก็แนะนำกรรมฐานต่อไป ส่วนตัวกระผม/อาตมภาพมานำพระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาตตามปกติ

    ครั้นกลับมาแล้ว ก็ปล่อยท่านอื่นไปฉันเช้ากัน เนื่องเพราะว่าบรรดาผู้เข้ารับการอบรมนั้นได้ทำการรับบิณฑบาตเรียบร้อยแล้ว และกำลังพิจารณาอาหารเช้าอยู่ ตัวกระผม/อาตมภาพมาล้างหน้าแต่งตัว แล้วลงไปที่ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สาย ซึ่งกองงานเลขานุการคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ กำลังทำความสะอาดสถานที่หลังจากที่ผู้เข้าอบรมฉันเช้าแล้ว และจัดการปูอาสนะให้ใหม่ พร้อมกับจัดสถานที่เตรียมต้อนรับพระเถรานุเถระที่จะเดินทางมาร่วมพิธีปิดในวันนี้

    กระผม/อาตมภาพจึงได้นิมนต์บรรดาเลขานุการเจ้าคณะตำบล เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอ และเลขานุการเจ้าคณะอำเภอ มารับรางวัลไปคนละ ๑ ซอง แล้วก็ให้ทุกคนไปประจำหน้าที่ของตนเองต่อ

    สำหรับกระผม/อาตมภาพเองก็มาถวายการต้อนรับพระเถระที่เดินทางมาถึง ซึ่งผู้ที่มาถึงเป็นรูปแรกก็คือพระเดชพระคุณพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ ป.ธ. ๙) หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า "หลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์" ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ซึ่งท่านบอกว่าป่วยมาก เนื่องเพราะไม่ทราบว่าติดหวัดจากใคร ถึงขนาดปรารภว่าน่าจะเดินทางไปไหนไม่ไหวอีก ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะเจ็บโน่นปวดนี้ แต่ก็ยังมีแรงไปงานให้เขาได้ ตอนนี้ทำไมป่วยขึ้นมาแล้วเรี่ยวแรงหายหมดก็ไม่รู้ ?!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,418
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,131
    ค่าพลัง:
    +26,929
    กระผม/อาตมภาพจึงให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) วิ่งไปเอายาซึ่งพวกเราเรียกกันง่าย ๆ ว่า "ยาญี่ปุ่น" ชื่อก็คือ "นิจิคันซี" มาถวายท่าน ๑ ซอง ตอนแรกท่านก็ลังเล กระผม/อาตมภาพยืนยันว่าฉันเพียงซองเดียว ไม่มีอันตรายอะไร กระผมเองถ้าหากว่าไม่ไหวก็ต้องอาศัยยานี้อยู่เหมือนกัน ท่านจึงได้ฉันเข้าไป

    แล้วกระผม/อาตมภาพก็นำท่านไปยังที่พักพระเถระเพื่อที่ได้พักผ่อนเก็บแรงเอาไว้ แล้วมาถวายการต้อนรับพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมาพร้อมกับคณะผู้ติดตาม พระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ. ๗) รักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ พร้อมเลขานุการ

    เมื่อพูดคุยตกลงกันแล้วว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์น่าจะบรรยายไม่ไหว กระผม/อาตมภาพจึงรับหน้าที่บรรยายถวายแก่ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งมีเวลาไปจนถึง ๙ โมงครึ่ง ได้ว่ากล่าวในเรื่องของการธุดงค์ ซึ่งในปัจจุบันนี้มักจะเข้าใจผิด คิดว่าธุดงค์ก็คือการแบกกลด สะพายบาตร ถือกาน้ำเดินเข้าป่า ความจริงนั่นเป็นการปลีกวิเวก

    ธุดงค์จริง ๆ เป็นองค์คุณเครื่องขัดเกลากิเลส มีอยู่ด้วยกัน ๑๓ ประการ ไม่ว่าจะเป็นการฉันมื้อเดียว บิณฑบาตเป็นวัตร บิณฑบาตตามลำดับเป็นวัตร ใช้ผ้า ๓ ผืนเป็นวัตร เหล่านี้เป็นต้น

    ดังนั้น..ธุดงควัตรเราจะปฏิบัติที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าหากว่าปลีกตัวเข้าป่านั้นเป็นการปลีกวิเวกไปหาสถานที่เหมาะสม ในการที่จะขัดเกลาตนเองด้วยการภาวนาและพิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสภาพจิตของคนก็มักจะดื้อ ไม่ค่อยที่จะให้ความเชื่อถือต่อพระรัตนตรัยแบบมอบกายถวายชีวิต จึงต้องเข้าป่าลึกเพื่ออาศัยผีบ้าง สัตว์ร้ายบ้าง สภาพสิ่งแวดล้อมที่น่ากลัวบ้างในการขัดเกลาตนเอง

    ในเมื่อจิตไม่มีที่ยึด ก็ต้องยึดคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จึงทำให้บุคคลที่ออกเดินวิเวกในป่า เมื่อสามารถผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ ต่าง ๆ ไปได้ด้วยอำนาจของคุณพระศรีรัตนตรัยบ่อย ๆ ความเคารพในพระรัตนตรัยก็จะแน่นแฟ้นขึ้นไป จนกระทั่งท้ายที่สุด ตีก็ไม่ไป ไล่ก็ไม่หนี

    ในเมื่อเคารพสุดจิตสุดใจ ไม่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ดังนั้น พวกเราก็แค่ทบทวนศีลให้บริสุทธิ์ ทำความรู้สึกอยู่เสมอว่าเราจะต้องตาย ถ้าหากว่าตายก็ขอไปพระนิพพานแห่งเดียว แล้วก็เล่าถวายประสบการณ์ธุดงค์ต่าง ๆ รู้สึกว่าแค่ไม่กี่นาที แต่ทำไม ๙ โมงครึ่งเสียแล้วก็ไม่รู้ ?
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,418
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,131
    ค่าพลัง:
    +26,929
    หลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์พร้อมกับพระติดตามเดินกลับมาในศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สาย พอกระผม/อาตมภาพเข้าไปต้อนรับ ท่านบอกว่า "เฮ้ย..ยาดีจริงว่ะ ตอนนี้มีเรี่ยวมีแรงเลย" จึงได้เรียนถวายท่านว่า "หลวงพ่อครับ ยานี้มีฤทธิ์แค่ ๖ ชั่วโมง ถ้าหากว่าประมาณบ่าย ๒ โมง อยู่ ๆ หลวงพ่อป้อแป้หมดแรงไป ก็ให้รู้ว่ายาหมดฤทธิ์ ถ้าหากว่านอนได้ก็ให้นอนพักผ่อนไปเลยนะครับ"

    ท่านจึงนั่งฟังพระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี ถวายแนวทางในการบริหารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ว่าควรจะเป็นไปอย่างไรและแนวไหน ? โดยเฉพาะอย่าโลภต้องการคนมาก ๆ ให้เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย คนสองคนก็ได้ แต่ขอให้ทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากว่าคนรู้เข้าก็จะมาเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็จะมีคนมากอย่างวัดท่าขนุนเอง

    เมื่อพระเดชพระคุณท่านให้โอวาทจบแล้ว หลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์ก็ทำการจุดธูปเทียนนำบูชาพระรัตนตรัย แล้วก็มอบวุฒิบัตรในการรับหน้าที่พระวิปัสสนาจารย์ประจำโครงการ ให้กระผม/อาตมภาพและบรรดาพระวิปัสสนาจารย์ทั้งหมด ต่อด้วยผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งทั้งหมด ๑๐๔ รูป ผ่านการอบรบตลอดรอดฝั่งมา ๙๕ รูป ถือว่าผ่านมากเป็นพิเศษ

    เนื่องเพราะว่าเป้าหมายตอนแรกตั้งไว้แค่ ๗๐ รูป แล้วก็มีผู้สมัครเข้าโครงการมาชนิดที่เรียกว่าเต็มใจมาร่วมงานเองโดยไม่ต้องบังคับเกินไปมาก เมื่อมอบวุฒิบัตรให้กับทุกท่านเสร็จแล้ว ท่านก็ได้ทำพิธีปิด จากนั้นพวกเราก็ปล่อยผู้เข้าอบรมไปทำการเก็บข้าวของเตรียมเดินทาง แล้วก็เข้าสู่หอฉัน ทำการฉันภัตตาหารเพลร่วมกัน

    พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์ก็ดี ท่านเจ้าคุณรักษาการเจ้าคณะภาคก็ดี หลวงปู่แอ๋ม (พระครูนิโครธโยคาภิรักษ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ ก็ดี นั่งตกคลั่กอยู่วงเดียวกับกระผม/อาตมภาพ พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. นำบรรดาเจ้าคณะจังหวัดและรองเจ้าคณะจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ไปลุยกันอีกวงหนึ่ง

    กระผม/อาตมภาพขำก็ขำ เนื่องเพราะว่าตกลงปล่อยให้กระผม/อาตมภาพรับมือกับพระผู้ชราเพียงคนเดียว ซึ่งความจริงก็ไม่มีอะไร เพราะว่าถนัดในการคุยกับคนแก่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ปัจจุบันนี้ตัวเองแก่เองก็ยิ่งคุยง่ายเข้าไปใหญ่

    ครั้นเสร็จจากการฉันเพลแล้ว ส่วนใหญ่ก็ทยอยกันกลับ ยกเว้นหลวงปู่แอ๋มของกระผม/อาตมภาพที่มีนิสัยว่าต้องดูจนเก็บงานเรียบร้อยถึงจะกลับ และท่านอาจารย์พระมหาวิสูตร วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙ รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่เป็นเพื่อนคุยกับหลวงปู่แอ๋ม
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,418
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,131
    ค่าพลัง:
    +26,929
    ความจริงกระผม/อาตมภาพจะมอบให้พระมหาวิสูตรรองจังหวัดท่านทำหน้าที่แทน แล้วตัวเองจะต้องเดินทางเพื่อเตรียมไปรับหนังสือแต่งตั้งตำแหน่งวิชาการที่รองศาสตราจารย์พิเศษ แต่ว่าหลวงพ่ออุทัย (พระครูสุวิมลกาญจนวัฒน์) รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ ได้นำพระของวัดสามพราน มาบอกว่า "พ่อมังกร" ขอพันธุ์ขนุนจากหลวงพ่อเล็ก ๑ ต้น ให้ช่วยอธิษฐานจิตค้ำจุนหนุนนำทางวัดสามพราน และสายภาวนาพุทโธของท่านให้ด้วย

    "พ่อมังกร" ของบรรดาลูกศิษย์ในที่นี้ก็คือนายจำลอง คนซื่อ อดีต "พระภาวนาพุทโธ" ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง ปัจจุบันนี้ก็เฒ่าชะแรแก่ชรามากแล้ว มีความเคารพนับถือกันมาตั้งนานเนกาเล ตั้งแต่กระผม/อาตมภาพยังไม่ได้ ๑๐ พรรษา ท่านก็ถวายไม้เท้าหัวมังกรให้ บอกว่า "เข้าไปในวัดสามพรานเมื่อไร เอาไม้เท้าให้เขาดู บอกว่าเป็นเพื่อนผม แล้วจะได้รับการบริการทุกอย่างเหมือนตัวผมเองให้การต้อนรับ"

    ในเมื่อท่านประมาทพลาดพลั้งจนกระทั่งติดคุกติดตาราง ออกมาแล้วก็ยังนุ่งขาวห่มขาว สั่งสอนลูกศิษย์อยู่ เจอหน้าก็ยังกราบทักทายกระผม/อาตมภาพเหมือนเดิม ต้องบอกว่าเป็นบุคคลที่สม่ำเสมอมาก

    แต่อยู่ ๆ มาขอพันธุ์ขนุน กระผม/อาตมภาพเองในวัดก็ไม่ได้เพาะพันธุ์เอาไว้ ส่วนพื้นที่รอบวัด บรรดาพระภิกษุสามเณรก็ขยันเหลือเกิน เก็บกวาดจนไม่มีอะไรเหลือ..! หวังว่าจะให้มีผลหรือเมล็ดตกอยู่แล้วงอกเองก็ไม่ต้องหวัง จึงหวังไปพึ่งคุณครูรอยพิมพ์ สุทธิบานเย็น ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่กรรมการบริหารตลาดริมแควเมืองท่าขนุน รบกวนให้คุณครูไปดูที่ต้นขนุนบ้านตนเอง ว่ามีลูกหล่นอยู่แล้วขนุนงอกเองหรือเปล่า ?

    คุณครูหายไปพักใหญ่ก็กลับมาพร้อมกับขนุนงอก ๑ ต้น แล้วก็เม็ดขนุนอีกหลายเมล็ด กระผม/อาตมภาพจึงต้องอธิษฐานจิตส่งมอบให้กับผู้แทนของ "พ่อมังกร" โดยที่ลูกศิษย์เอกก็คือหลวงพ่อพระครูสุวิมลกาญจนวัฒน์บอกว่า "ถ่ายรูปไว้ด้วย ผมจะเป็นพยานว่ารับไปจากมือหลวงพ่อเล็กจริง ๆ" จึงเป็นอะไรที่กระผม/อาตมภาพก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน เพราะว่า
    ผู้ปฏิบัติธรรมที่แท้จริง ก็คงจะไม่มาฝากชีวิตไว้กับอะไรที่เป็นมงคลภายนอกลักษณะอย่างนี้..!

    เมื่อมอบให้เสร็จเรียบร้อย ก็ย้ายแยกแตกกระจายกันกลับ กระผม/อาตมภาพส่งหลวงพ่อแอ๋มและท่านมหาวิสูตรขึ้นรถแล้ว ตนเองก็ออกเดินทางเพื่อไปยังงานของตนต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)

     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...