บทความให้กำลังใจ(ขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ)

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    เรื่อง คนเลี้ยงไก่
    จาก หลวงพ่อชา
    มีคนเลี้ยงไก่ 2 คน

    คนที่ 1 ทุกเช้าจะเอาตะกร้า เข้าไปใน โรงเรือนเลี้ยงไก่
    แล้วก็ เก็บ "ขี้ไก่" ใส่ตะกร้ากลับบ้าน!! แล้วทิ้งไข่ไก่ ให้เน่าไว้ในโรงเรือน
    เมื่อเขาเอาขี้ไก่กลับถึงบ้าน ทั้งบ้านก็เหม็นหึ่ง ไปด้วยกลิ่นขึ้ไก่ !!!
    คนทั้งบ้านต้องทนกับกลิ่นเหม็น!!!

    คน เลี้ยงไก่คนที่ 2 เอาตะกร้าเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่
    เก็บไข่ไก่ใส่ตะกร้าเอากลับบ้าน เขาเอาไข่ไก่ลงเจียว กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบ้าน
    คนทั้งบ้านได้กินไข่เจียวแสนอร่อย ไข่ไก่ที่เหลือ เขาก็เอาไปขาย แล้วได้เงินมาใช้จ่ายในบ้าน ทุกคนในบ้านมีความสุขมาก.....

    ในชีวิตของเรา พวกเรา เป็นคนเก็บ "ไข่ไก่ " หรือ เก็บ"ขี้ไก่"

    เราเป็นคนเก็บ "ขี้ไก่" โดยเฝ้าแต่เก็บ เรื่องร้ายๆ แย่ๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไว้ในหัวของเรา
    และมีความทุกข์ตลอดเวลาที่คิดถึงมัน!!!

    หรือเราเป็นคนที่เก็บ"ไข่ไก่" เราจดจำสิ่งที่ดีๆที่เกิดในชีวิตของเรา
    และมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมัน!!

    คน เราส่วนใหญ่ชอบเป็นคนเก็บ "ขี้ไก่"
    เราถึงต้องเป็นทุกข์ตลอดเวลา เรื่องความเสียใจ ความผิดพลาด ความเจ็บใจฯลฯ
    มักจะติดอยู่ในใจของเรานานเท่านาน

    ถ้าเราอยากมีความสุขในชีวิต เลือกเก็บ"ไข่ไก่" กับชีวิต
    ทิ้ง "ขี้ไก่" ไปเถอะ
    ชีวิตของเราจะได้มีความสุขซักที...

    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=30911

    b41.gif
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 พฤษภาคม 2026 at 23:15
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    [​IMG]
    กุหลาบแดงช่อนั้น
    ชายคนหนึ่งหยุดรถที่ร้านขายกระเช้าดอกไม้ เตรียมจะสั่งกระเช้าดอกไม้ทางโทรศัพท์ เพื่อให้ร้านโทรศัพท์ติดต่อกับร้านดอกไม้อีกเมืองหนึ่งให้จัดส่งดอกไม้ไปอวยพรวันเกิดแก่แม่ของเขา ที่อยู่ห่างออกไปประมาณสี่ร้อยกิโลเมตร เมื่อเขาลงจากรถยนต์ เขาเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุราว ๕ ปี นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าร้าน จึงเข้าไปถาม "ร้องไห้ทำไมจ๊ะหนู มีอะไรให้ช่วยไหม?"
    เด็กหญิงตอบทั้งน้ำตาว่า "หนูอยากจะซื้อดอกกุหลาบสีแดงไปให้แม่ ดอกกุหลาบราคาดอกละห้าบาท แต่หนูมีเงินบาทเดียวเท่านั้นเอง"
    ชายคนนั้นยิ้มแล้วบอกว่า ไม่เป็นไร ลุงจะซื้อใหหนูเอง แล้วเขาก็จ่ายเงินห้าสิบบาทซื้อดอกกุหลาบแดงสิบดอกให้แก่หนูน้อย แล้วถามว่า
    "แม่ของหนูอยู่ที่ไหน หนูจะพาลุงไปหาแม่ของหนูด้วยได้ไหมล่ะ"
    หนูน้อยตอบตกลง บอกว่าแม่ของเธออยู่ใกล้ร้านขายดอกไม้นี่นิดเดียวเอง เดินไปเดี๋ยวเดียวก็ถึง
    เด็กหญิงพาชายใจดี ผู้มีน้ำใจไมตรีออกจากร้าน เดินผ่านเข้าไปในวัดที่อยู่ใกล้ร้าน เข้าไปถึงศาลาตั้งศพซึ่งเพิ่งจะเสียชีวิตมาไม่กี่วัน หนูน้อยหยิบดอกกุหลาบสีแดงเข้าไปกราบหน้าศพ ซึ่งมีรูปหญิงกลางคนตั้งอยู่ แล้วร้องไห้ใหญ่อีกครั้ง
    ต่อจากนั้น ชายใจดีเดินกลับมายังร้านดอกไม้แห่งเดิมด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขาบอกยกเลิกการสั่งดอกไม้ทางโทรศัพท์ที่เตรียมส่งไปให้แม่ แต่ซื้อดอกไม้ช่อใหญ่แล้วขับรถ ใช้เวลาห้าชั่วโมงตรงไปหาแม่ของเขา ซึ่งอยู่ห่างออกไปสี่ร้อยกิโลเมตร ในคืนวันนั้นเอง
    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=24229
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    b41.gif
    "มนุษย์เงินเดือน"
    เจ้าของร้านขายเนื้อสดคนหนึ่งรู้สึกประหลาดใจที่หมาตัวหนึ่งมาที่ร้าน
    โดยในปากมันคาบแบงก์ 10 ดอลลาร์และกระดาษเขียนข้อความว่า
    "ขอซื้อไส้กรอก 12 ชิ้นกับขาแกะ 1 ขาครับ"
    เขารู้สึก ประทับใจความแสนรู้ของมัน ดังนั้น หลังจากเก็บเงิน 10 ดอลลาร์
    และเอาไส้กรอกและขาแกะใส่ถุง แขวนที่ปากให้มันคาบไปแล้ว
    เขาจึงตัดสินใจปิดร้านสะกดรอยตามมันไป

    หมาตัวนั้นเดินไปตามถนนจนถึงทางม้าลาย
    มันก็วางถุงที่คาบไว้ลงแล้วยืนด้วยขาหลังและยกขาหน้ากดปุ่มไฟสำหรับคนข้ามถนน
    แล้วก็คาบถุงต่อ รอจนไฟคนข้ามเขียวมันจึงข้ามไปยังป้ายรถเมล์อีกฝั่งหนึ่ง
    มันจ้องมองตารางเวลาเดินรถแล้วนั่งลงตรงที่นั่งรอ
    สักพักมีรถเมล์คันหนึ่งมา
    มันเดินไปดูหมายเลขที่ หน้ารถแล้วก็กลับมานั่งรอต่ออีกสักเดี๋ยวก็มีรถเมล์มาอีกคัน
    มันเดินไปดูหมายเลขรถอีก เมื่อเห็นว่าเป็นสายที่มันรออยู่ มันจึงขึ้นรถเมล์คันนั้น
    คนขายเนื้อถึงกับอ้าปากค้างทึ่งในความแสนรู้ของมัน แล้วรีบตาม มันขึ้นรถคันนั้นไป

    หลังจากรถวิ่งผ่านกลางเมืองออกไปยังชานเมือง
    เจ้าหมาแสนรู้ก็ลุกจากที่นั่งเดินไปหน้ารถ มันยืนด้วยขาหลังแล้วเอาขาหน้ากดกริ่งบนรถ
    เมื่อรถจอดมันก็ลงและเดินไปตามถนนจนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งแล้วเลี้ยวเข้าไป
    คนขายเนื้อยังสะกดรอยตามมันอยู่ห่างๆ เช่นเดิม

    เมื่อมาถึงประตูบ้านที่ปิดอยู่มันก็วางถุงไส้กรอกที่คาบไว้ลง
    แล้ว ถอยหลังมาตั้งหลักประมาณ 2-3 เมตร จากนั้นก็วิ่งเข้าชนประตูเต็มแรง
    มันพยายามอยู่ 2-3 ครั้งแต่ประตูก็ยังเปิดไม่ออก
    มันเลยเดินอ้อมตัวบ้านไปที่หน้าต่างบานหนึ่ง
    ที่ปิดอยู่และเอาหัวโขกที่หน้าต่างหลายครั้ง แล้วก็เดินกลับมารอ ที่ประตู

    สักพักประตูบ้านก็ถูกเปิดโดยเจ้าของหมาเป็นผู้ชายหุ่นล่ำบึ้ก
    ซึ่งพอเปิดประตูเสร็จเขาก็เริ่มเตะต่อยและตะโกนด่าเจ้าหมาแสนรู้ตัวนั้นทันที
    ถึง ตอนนี้คนขายเนื้ออดรนทนไม่ไหว เขารีบวิ่งเข้าไปห้าม เจ้าของหมา
    พร้อมกับถามว่า "คุณเตะมันทำไมกัน มันเป็นหมาสุดอัจฉริยะเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย
    ถ้าไปออกทีวีต้องดังแน่"

    เจ้าของหมาตอบสวนทันทีว่า "คุณว่ามันฉลาดนักเหรอ
    เชอะ! รู้มั้ยว่านี่เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์นี้นะที่มันลืมเอากุญแจบ้านติดตัวไปด้วย"

    คติสอนใจจากเรื่องนี้คือ

    "เราอาจทำงานได้เกินความคาดหมายในสายตาผู้อื่น
    แต่ก็ยังทำงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายในสายตาของนายเราเสมอ"
    นี่คือ เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเราทุกคน

    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=24393
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2026 at 23:07
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    beautifulBuddha.jpg
    ขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ
    ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่อัคคาฬวเจดีย์เมืองอาฬวี ทรงปรารภกุฏิการสิกขาบทที่ภิกษุชาวเมืองอาฬวีพากันสร้างกุฏิด้วยการเที่ยวขอไม่มีขีดจำกัด เป็นเหตุให้ชาวเมืองอาฬวีเดือดร้อนเห็นพระภิกษุที่ไหนก็กลัวหลบหนีหน้าไปหมด
    พระองค์จึงตรัสติเตียนพวกภิกษุว่า "ภิกษุทั้งหลายขึ้นชื่อว่าการขอ อย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้พวกนาคในนาคภิภพก็ไม่ชอบใจ" แล้วทรงนำอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
    กาลครั้ง หนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ในตระกูลมั่งคั่งมีทรัพย์สมบัติมากตระกูลหนึ่ง ท่านมีน้องชายอยู่คนหนึ่งรักกันมากต่อมาเมื่อมารดาบิดาเสียชีวิตแล้ว พราหมณ์สองพี่น้องก็พากันสละทรัพย์สมบัติบริจาคทานออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญพรตอยู่ฝั่งแม่น้ำคงคาฤาษีพี่ชายอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำ ส่วนฤาษีน้องชายอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำ อยู่มาวันหนึ่ง พญานาคมณิกัฏฐะได้แปลงเพศเป็นชายหนุ่มเที่ยวเล่นไปตามฝั่งแม่น้ำคงคา ผ่านไปถึงอาศรมของฤาษีผู้น้องจึงแวะเข้าไปสนทนาปราศรัยด้วยเกิดความสนิทสนม คุ้นเคยชอบพอกันกับฤาษีผู้น้องนั้นจึงเทียวมาเยี่ยมเยือนทุกวันมิได้เว้น เมื่อสนทนาเสร็จก่อนจะกลับก็จะคืนร่างเป็นพญานาคเอาขนดหางตะหวัดรัดรอบฤาษี แผ่พังพานไว้เหนือหัวด้วยความสิเนหาในฤาษีนั้น นอนพักอยู่หน่อยหนึ่งแล้วค่อยคลายร่างออกไหว้ฤาษี แล้วจึงกลับนาคพิภพ จะเป็นเช่นนี้ประจำ ฤาษีนั้นทุกครั้งที่ถูกรัดตัวเกิดความกลัวจึงกินไม่ได้นอนไม่หลับจนร่างกายซูบซีดผ่ายผอมลงทุกวัน วันหนึ่งท่านได้แวะไปหาฤาษีพี่ชายเล่าเรื่องให้ฟังแล้วปรับทุกข์กับพี่ชายว่า "ผมไม่อยากให้พญานาคมาหาผมเลย พี่ช่วยผมหน่อยซิ" พี่ชายถามว่า "พญานาคเวลามา มีเครื่องประดับอะไรไหมละ" "ประดับแก้วมณีมาครับพี่" ท่านตอบพี่ชาย ฤาษีพี่ชายจึงแนะนำว่า "เมื่อพญานาคมาถึงอาศรมของท่าน ยังไม่ทันได้ไหว้ ท่านก็ขอแก้วมณีของมันเลย มันก็จะหนีไปวันที่สองพอมันมาถึงประตูอาศรมเท่านั้น ท่านก็เอ่ยปากขอแก้วมณีของมันอีก พอถึงวันที่สาม ท่านไปยืนดักรอที่ฝั่งแม่น้ำ พอมันโผล่หัวขึ้นจากฝั่งแม่น้ำเท่านั้น ท่านก็เอ่ยปากขอแก้วมณีอีก ทีนี้แหละมันก็จะไม่มารบกวน ท่านอีกเลย " ฤาษี ผู้น้องได้ทำตามนั้น ในวันที่ ๓ พญานาคขณะยืนอยู่ในน้ำเมื่อถูกฤาษีขอแก้วมณีอีก จึงพูดว่า "ท่านฤาษี ข้าวและน้ำอันไพบูลย์ยิ่งมีแก่ข้าพเจ้าก็เพราะแก้วมณีดวงนี้ ข้าพเจ้าจักให้แก้วมณีแก่ท่านได้อย่างไรท่านก็ยิ่งขอหนักขึ้น ต่อแต่นี้ไปข้าพเจ้าจักไม่มาอาศรมของท่านอีกแล้วละ เมื่อท่านขอแก้วมณีดวงนี้ทำให้ข้าพเจ้าหวาดเสียวเหมือนชายหนุ่มถือดาบอันคม กริบ"กล่าวจบก็ดำน้ำลงไปนาคพิภพไม่กลับมาที่นั้นอีกเลย
    ฝ่าย ฤาษี เมื่อพญานาคไปแล้วไม่มาหาอีกกลับคิดถึง เกิดความเศร้าเสียใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจึงยิ่งซูบผอมลงไปมากกว่าเดิมอีก หลายวันต่อมาฤาษีพี่ชายอยากจะทราบเรื่อง จึงแวะมาที่อาศรมน้องชาย เมื่อเห็นน้องชายแล้วยิ่งตกใจจึงถามถึงสาเหตุ ฤาษีน้องชายจึงตอบเป็นคาถาว่า "บุคคลไม่ควรขอสิ่งที่รู้ว่าเป็นที่รักของเขา อนึ่ง เพราะขอเกินไปย่อมเป็นที่เกลียดชัง นาคราชถูกฤาษีขอแก้วมณี จึงไม่หวนกลับมาให้ฤาษีเห็นอีกเลย"
    ฤาษีพี่ชายได้ปลอบน้องชายให้หายเศร้าเสียใจ แล้วจึงกลับอาศรมของตน ฤาษีสองพี่น้องบำเพ็ญฌานสมาบัติได้ไปเกิดในพรหมโลกในที่สุด
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: โดยธรรมชาติของคนและสัตว์ไม่ชอบการขอ ควรขอเท่าที่จำเป็นและขอในสิ่งที่เขาจะสามารถให้ได้เท่านั้น

    ที่มา :หนังสือนิทานชาดก เล่มที่ ๒ โดย พระมหาสุนทร สุนฺทรธฺมโม (เสนาซุย)

    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=28976
     

แชร์หน้านี้

Loading...