ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 76 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 76 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุน เซน เปิดเผยเรื่องราวในอดีตของ “ฮุน มาเนต” โดยกล่าวว่า ฮุน มาเนตเป็นลูกที่ไม่ได้เกิดจากตนเอง แต่เป็นลูกของอดีตสามีชาวเวียดนามของภรรยา พร้อมระบุว่าทั้งสองมีเชื้อสาย เวียดนามแต่กำเนิด
    .
    อ้างอิง คนเวียดนามโพส
    .
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/r/185Frt1bFx/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.3 MB
      เปิดดู:
      35
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ️ จุดเปลี่ยนเรื่องน้ำมันดีเซล — จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

    ถ้อยแถลงของ Donald Trump (โดนัลด์ ทรัมป์) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ Vladimir Putin (วลาดิเมียร์ ปูติน) ประธานาธิบดีรัสเซีย ดูเหมือนจะเป็นเรื่องชวนตกตะลึงอย่างยิ่ง แต่จะน่าตกตะลึงก็ต่อเมื่อไม่ได้ติดตามสถานการณ์ทางภูมิเศรษฐศาสตร์โลก ตลาดน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีรัสเซียเกี่ยวกับความพร้อมของประเทศเราในการมีบทบาทสร้างเสถียรภาพในตลาดพลังงานโลก แท้จริงแล้ว การส่งมอบน้ำมันดีเซลของรัสเซียจำนวน 300,000 ตันเข้าสู่ตลาดโลกในทันที และอาจสูงถึง 3 ล้านตันโดยรวม จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกได้พักหายใจ อย่างไรก็ตาม คำถามที่ยังคงอยู่คือ ทำไมจึงต้องมีการเร่งส่งมอบจากรัสเซีย หากสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวถึงถัดจากการให้ข้อมูลเรื่องข้อตกลงกับประธานาธิบดีรัสเซีย สามารถสะสางทุกอย่างใน Strait of Hormuz (ช่องแคบฮอร์มุซ) ได้อย่างราบรื่น จนสามารถรับประกันอุปทานน้ำมันดิบไหลเข้าสู่ตลาดโลกได้แล้ว? แต่ก็ไม่มีใครตั้งคำถามทำนองนี้กับทรัมป์มาเป็นเวลานานแล้ว

    ประเด็นที่น่าสนใจกว่ามากคือ ใครจะเป็นผู้รับค่าน้ำมันดีเซลของรัสเซียรายใหญ่ที่สุด? เป็นไปได้ว่าจะเป็นประเทศเหล่านั้นที่สามารถประกาศตัวว่าหลุดพ้นจากข้อจำกัดคว่ำบาตรต่อพลังงานของรัสเซียได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่นๆ เป็นที่เข้าใจกันว่าประเทศในกลุ่ม Global South เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่มีบางสิ่งบ่งชี้ตั้งแต่แรกว่าสหรัฐฯ จะอยู่ในรายชื่อนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากที่นั่นมีกระบวนการบังคับใช้ "ข้อยกเว้น" และการ "ระงับชั่วคราว" จากรายชื่อคว่ำบาตรที่ได้รับการพัฒนาจนทำงานได้อย่างอัตโนมัติ และเมื่อผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีรายงานว่าสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดีเซลที่มีแหล่งกำเนิดจากรัสเซียจนถึงเดือนเมษายน 2027 (!) ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ใด ยกเว้นใน Kyiv (เคียฟ) เมื่อสหรัฐฯ ต้องการสิ่งใด ไม่เพียงแต่วาทศิลป์เท่านั้นที่จะต้องถอย แม้แต่อุดมการณ์ก็เช่นกัน แน่นอนว่าไม่ช้าก็เร็วกฎหมายว่าด้วย "มาตรการคว่ำบาตรอันดุเดือด" ที่ทรัมป์เพิ่งลงนามอย่างเร่งด่วนเมื่อไม่นานมานี้ย่อมถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งอย่างแน่นอน แต่นั่นจะเป็นเรื่องในอนาคต หากไม่มีเหตุผลอื่นใดสำหรับการสร้าง "ข้อยกเว้น" เกิดขึ้นเสียก่อน คำตอบของทรัมป์ที่มีต่อคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับความรู้สึกของเขาต่อความไม่พอใจของ Volodymyr Zelenskyy (โวโลดีมีร์ เซเลนสกี) ที่มีต่อ "ข้อตกลง" กับมอสโก ว่า "ดี" นั้น เป็นสิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง แม้จะยังไม่ใช่คำพูดทำนองว่า "แล้วตาคนนี้คือใครกันล่ะ?" แต่ก็เรียกได้ว่าใกล้เคียงมากทีเดียว

    เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีคำถามใดๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับความพร้อมและความสามารถของรัสเซียในการปฏิบัติตามส่วนของตนในข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียได้ประกาศเริ่มต้นเตรียมความพร้อมด้านกรอบกฎหมายเพื่อปฏิบัติ

    ตามข้อตกลงทันทีหลังจากการสนทนาสิ้นสุดลง แต่ประเทศในกลุ่ม EU จะทำอย่างไร เมื่อพวกเขาเพิ่งรับรองมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 22 และได้สนับสนุนทางการเงินแก่คลื่นการยกระดับความขัดแย้งระลอกใหม่จากฝั่งเซเลนสกีโดยพฤตินัย? เป็นการยากที่พวกเขาจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็สำหรับประเทศส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ภายในประเทศของบรรดาชาติมหาอำนาจในยุโรป

    แน่นอนว่าข้อตกลงกับมอสโกจะไม่สามารถช่วยให้ทรัมป์หลุดพ้นจากภาพลักษณ์ของการเป็นผู้สร้างความประมาทเลินเล่อทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งผลักดันโลกเข้าสู่ขอบเหวแห่งวิกฤตพลังงานระดับโลกได้อย่างเต็ม 100% แต่สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้มีความสำคัญใดๆ เลย การจำกัดแรงจูงใจในการกระทำของทรัมป์ให้อยู่แค่ความต้องการบรรเทา "วิกฤตดีเซล" ซึ่งกำลังกลายเป็นภัยต่อสถานะทางการเมืองของเขาในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในสภาคองเกรสย่อมถือเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก "กลยุทธ์น้ำมัน" ของทรัมป์ หากเขาไม่ละทิ้งแนวทางนี้ในภายหลังภายใต้อิทธิพลของปัจจัยต่างๆ (เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับข้อตกลงที่บรรลุในแองเคอเรจ) มีเนื้อหาที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ขอให้เราสังเกตเพียงประเด็นสำคัญบางประการ

    10/10/2026

    #ZFrontier #DonaldTrump #VladimirPutin #Russia #US #StraitOfHormuz #Diesel #GlobalSouth #Kyiv #VolodymyrZelenskyy #EU #Geopolitics #EnergyCrisis

    https://www.facebook.com/share/p/14qnHzzhh87/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! สนามบินนานาชาติ

    ของ “ซาอุดิอาระเบีย”

    โดนโจมตีด้วยขีปนาวุธ


    วสนามบินนานาชาติ King Khalid ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ!
    มีรายงานบนแพลตฟอร์ม X อ้างว่า สนามบินนานาชาติ King Khalid International Airport ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีครั้งใหม่ในวันที่ 10 ตุลาคม 2026 ส่งผลให้มีการอพยพผู้โดยสาร เปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบิน และยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน
    ⠀
    รายงานดังกล่าวยังอ้างว่าขีปนาวุธลูกหนึ่งตกใส่อาคารผู้โดยสาร และมีรถพยาบาลเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ จึงยังไม่ควรสรุปว่าเกิดการโจมตีหรือมีผู้เสียชีวิตจริง
    ⠀
    เหตุการณ์นี้น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะซาอุดีอาระเบียไม่ได้เป็นเพียงประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ แต่ยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบิน การค้า และการลงทุนที่สำคัญของตะวันออกกลาง
    หากมีการโจมตีสนามบินหลักในกรุงริยาดจริง ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบิน แต่สามารถขยายไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลาดพลังงาน และต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศได้
    ⠀
    ล่าสุด Reuters และ AP ยืนยันแล้วว่าเกิดเหตุโจมตีสนามบินริยาดในวันที่ 10 ตุลาคมจริง โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย AP รายงานว่าขีปนาวุธโจมตีอาคารผู้โดยสาร ขณะที่ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้รับผิดชอบการโจมตีครั้งล่าสุด 

    https://www.facebook.com/share/14rTTQsTTgB/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์โพสต์เดือดหนัก
    หลังเขาพลาดรางวัล
    “โนเบลสันติภาพ“ ไปอีกปี

    พร้อมมประกาศว่าเขาควร
    ได้รางวัลโนเบลมากถึง 8 รางวัล
    ไม่ใช่แค่รางวัลเดียว

    ประธานาธิบดี Donald Trump ออกแถลงการณ์ยาวผ่าน Truth Social หลังคณะกรรมการโนเบลประกาศมอบรางวัล Nobel Peace Prize ประจำปี 2026 ให้กับ Navi Pillay นักกฎหมายและอดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติจากแอฟริกาใต้ แทนที่จะเป็นตัวเขา

    ทรัมป์ระบุว่า เขาไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ และไม่รู้ว่าเธอทำอะไรถึงได้รับรางวัล ทั้งยังกล่าวหาว่าเธอมีทัศนคติต่อต้านอิสราเอล ก่อนยืนยันว่าผลงานด้านการสร้างสันติภาพของเขาสมควรได้รับการยอมรับมากกว่านี้

    ⠀

    “ผมยุติสงครามไปแล้ว 8 ครั้ง ความจริงผมควรได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพถึง 8 รางวัล ไม่ใช่แค่รางวัลเดียว!”

    ทรัมป์ยกตัวอย่างความขัดแย้งระหว่าง 8 คู่กรณีที่เขาอ้างว่ามีบทบาทช่วยยุติ ได้แก่

    ไทย – กัมพูชา

    เซอร์เบีย – โคโซโว

    คองโก – รวันดา

    อินเดีย – ปากีสถาน

    อิสราเอล – อิหร่าน

    อียิปต์ – เอธิโอเปีย

    อาร์เมเนีย – อาเซอร์ไบจาน

    อิสราเอล – ฮามาส

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่าเขากำลังจะยุติหรือเอาชนะความขัดแย้งใหญ่อีก 2 สมรภูมิ ได้แก่ อิหร่าน และสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งเขาระบุว่ากำลังมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว

    https://www.facebook.com/share/p/19hcgcFNL2/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! ยูเครนโจมตี
    คลังส่งออกน้ำมันดีเซลรัสเซีย
    จนไฟลุกท่วม!

    หลังทรัมป์เปิดทางให้รัสเซีย
    ส่งออกดีเซลได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง


    ยูเครนโจมตีคลังส่งออกน้ำมันรัสเซีย ไฟลุกท่วม! หลังทรัมป์เปิดทางให้รัสเซียส่งออกดีเซลเพียงไม่กี่ชั่วโมง

    สงครามรัสเซีย–ยูเครนอาจกำลังเข้าสู่จุดตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ยูเครนโจมตีสถานีส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน NZNP Rostovsky ในเมือง Rostov-on-Don ทางตอนใต้ของรัสเซีย จนเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐฯ และรัสเซียมีข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันดีเซล และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงรัสเซีย

    สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าจับตาคือ มีการกล่าวอ้างว่าสถานีแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการส่งออกดีเซลของรัสเซีย ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการโจมตี ความเสียหาย และความเชื่อมโยงโดยตรงกับข้อตกลงดีเซลยังต้องรอการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระ

    ⠀

    ทำไมยูเครนจึงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย?

    เพราะรายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของรัสเซีย และเป็นแหล่งรายได้ที่ช่วยสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาล

    การโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน คลังเก็บเชื้อเพลิง หรือสถานีส่งออก จึงไม่ได้มีผลเฉพาะต่อปริมาณพลังงานเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างต้นทุนด้านการซ่อมแซม การขนส่ง และการประกันภัย ตลอดจนลดความสามารถในการสร้างรายได้จากการส่งออก

    หากการโจมตีครั้งนี้ได้รับการยืนยัน ก็จะสะท้อนความขัดแย้งทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมากขึ้น ระหว่างความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มอุปทานเชื้อเพลิงในตลาดโลก กับความพยายามของยูเครนที่จะลดความสามารถของรัสเซียในการสร้างรายได้จากพลังงาน
    https://www.facebook.com/share/p/1GmH2KLrWB/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “การที่ทรัมป์ยอมเปิดทาง
    ให้รัสเซียกลับมาส่งออก
    น้ำมันดีเซลได้อีกครั้ง
    เป็นการตัดสินใจที่แย่มาก“

    เซเลนสกี กล่าว

    ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย และเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันดีเซลได้ โดยระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ “ไม่ยุติธรรมและไม่ซื่อสัตย์” ตามรายงานที่อ้างอิงจาก Axios

    ⠀

    เซเลนสกีกล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า

    “คุณรู้ไหม มันดูเหมือนของขวัญวันเกิดที่แสนสุขสำหรับปูตินเลย และมันดูเลวร้ายอย่างที่สุด”

    ⠀

    ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสงครามรัสเซีย–ยูเครน?

    เพราะน้ำมันไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลรัสเซีย โดยรายได้จากการส่งออกพลังงานสามารถช่วยสนับสนุนงบประมาณของประเทศ รวมถึงรายจ่ายด้านการทหารได้

    ตลอดช่วงสงครามที่ผ่านมา ชาติตะวันตกพยายามใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและพลังงาน เพื่อลดรายได้ของรัสเซียและเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลมอสโกยุติสงคราม

    ดังนั้น หากสหรัฐฯ ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกดีเซลจริง ก็อาจช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายพลังงานของรัสเซีย และลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจบางส่วนที่เคยถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง

    https://www.facebook.com/share/p/1AsqNahwhi/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานเตือนราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์

    ผู้บริหารจากบริษัทพลังงานชั้นนำเตือนว่า หากสงครามยังคงยืดเยื้อและมีการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาของน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    ซีอีโอของ Chevron ระบุว่า ราคาซื้อขายจริงของน้ำมันเมื่อมาถึงเอเชียนั้นอยู่ที่ระดับประมาณ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับราว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    ซีอีโอของ Vitol ยังได้เตือนด้วยว่า การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอาจซ้ำเติมวิกฤตการณ์ในตลาด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ยืดเยื้อตลอดช่วงฤดูหนาว และผลักดันให้ราคาพุ่งไปสู่ระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามที่คาดการณ์ไว้

    ซีอีโอของ Aramco รายงานถึงการลดลงอย่างรวดเร็วของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก พร้อมระบุว่าการเติมน้ำมันสำรองเหล่านี้ให้กลับสู่ระดับเดิมอาจต้องใช้เวลานานถึงสองปี

    ข่าวโลกที่3

    https://www.facebook.com/share/1JUHJsW7PU/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ""การพลิกท่าทีต่อวอชิงตัน" — เซเลนสกีต้องการอะไร?

    เซเลนสกีแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อข้อตกลงเรื่องน้ำมันดีเซล โดยเรียกมันว่า "การลงทุนในสงคราม" และเป็นสัญญาณของ "ความอ่อนแอที่เห็นได้ชัด" เขายังอ้างว่าคณะผู้แทนยูเครนที่ไปเยือนไมอามีถูกใช้เป็น "ฉากบังหน้า" และบ่นกับสำนักข่าว Axios ว่า "มันดูเหมือนของขวัญวันเกิดที่มอบให้ปูติน" เมื่อทรัมป์ได้รับแจ้งว่าเซเลนสกีวิจารณ์ว่าเขาอ่อนแอ เขาจึงถามกลับว่า "ใครพูดแบบนั้น?" และเมื่อทราบว่าเป็นผู้นำรัฐบาลเคียฟ เขาก็พูดเพียงว่า "โอเค" พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณปูตินอย่างจริงใจอีกครั้ง

    ฝ่ายเคียฟไม่ได้หยุดอยู่แค่คำพูด แหล่งข่าวในรัฐบาลยูเครนกล่าวกับหนังสือพิมพ์ *Financial Times* อย่างหนักแน่นว่า "เราจะเผาโรงกลั่นน้ำมันของพวกเขาให้วอดวาย" ในคืนนั้นเอง โดรนกว่า 50 ลำได้เข้าโจมตีภูมิภาครอสตอฟ ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ขอร้องเคียฟหลายครั้งไม่ให้โจมตีโรงกลั่นน้ำมัน เนื่องจากปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่การเลือกตั้งสภาคองเกรสกำลังจะมาถึงในวันที่ 3 พฤศจิกายน

    เหตุใดเซเลนสกีจึงกล้าท้าทายบุคคลที่เป็นทั้งแหล่งข้อมูลข่าวกรองและผู้จัดหาอาวุธส่วนหนึ่งให้อย่างเปิดเผยเช่นนี้? คำตอบคือเขากำลังรอผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯ โดยหวังว่าทรัมป์จะสูญเสียอำนาจควบคุมสภาคองเกรส

    การคำนวณของเคียฟคือการพยายามประคองสถานการณ์ต่อไปจนกว่าทรัมป์จะไม่มีเวลาหรือกำลังพอที่จะจัดการกับประเด็นยูเครน พวกเขาหวังว่าหลังการเลือกตั้ง พรรคเดโมแครตจะดึงทรัมป์ให้วุ่นวายอยู่กับการสอบสวนและกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง รวมถึงขัดขวางนโยบายต่างๆ ของเขา จนทำให้เขาไม่มีเวลาไปเจรจาทำข้อตกลงกับมอสโก

    สิ่งนี้ยังช่วยอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเคียฟด้วย ในขณะที่คณะผู้แทนยูเครนกำลังเยือนไมอามี เซเลนสกีได้พบปะกับวุฒิสมาชิก Wicker และ Cramer รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Veasey และ Crenshaw โดยเขาได้เรียกร้องให้มีการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรตาม "กฎหมาย Graham Act" ซึ่งทรัมป์ได้ลงนามรับรองไปเมื่อวันที่ 18 กันยายน

    กฎหมายฉบับดังกล่าวระบุให้มีการคว่ำบาตรรัสเซียและพันธมิตรของรัสเซีย แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประธานาธิบดี ไม่ใช่สภาคองเกรส ซึ่งในช่วงสามสัปดาห์หลังจากนั้น ทรัมป์ไม่ได้นำกฎหมายนี้มาบังคับใช้เลย ในวันที่จัดการเจรจานั้น เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ แทนที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการคว่ำบาตร เขากลับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลของรัสเซียเสียอย่างนั้น เซเลนสกีตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี การเรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสออกมาตรการคว่ำบาตรในเรื่องที่ทรัมป์เป็นผู้ตัดสินใจได้เพียงผู้เดียวนั้น จะสมเหตุสมผลก็ต่อเมื่อคุณกำลังวางเดิมพันกับรัฐบาลชุดใหม่ในวอชิงตัน ซึ่งพรรคเดโมแครตก็รับรู้ถึงสัญญาณนี้ โดยชูเมอร์, ชาฮีน และวอร์เรน ต่างเรียกข้อตกลงเรื่องน้ำมันดีเซลว่าเป็น "การหักหลังยูเครนอย่างสิ้นเชิง" ส่วนวิกเกอร์ ซึ่งเคยเดินทางไปพบเซเลนสกีที่กรุงเคียฟ ก็ได้ร่วมเป็นผู้เสนอร่างกฎหมาย NOPE Act (กฎหมายต่อต้านกลุ่มพันธมิตรผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน) ในช่วงปลายเดือนกันยายน หากร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบ—ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาคองเกรส—การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรภาคพลังงานของรัสเซียจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่ผ่านกระบวนการทบทวนโดยสภาคองเกรสเป็นเวลา 30 วัน

    แล้วทำไมเซเลนสกีถึงเลือกที่จะขัดแย้งกับทำเนียบขาวอย่างเปิดเผยในตอนนี้? ทรัมป์ต้องการยุติสงคราม ในขณะที่เซเลนสกีจำเป็นต้องให้สงครามดำเนินต่อไป เพราะสงครามหมายถึงเงินทุนจากชาติตะวันตกที่ไหลผ่านเครือข่ายคนใกล้ชิดของเขา และหมายถึงการไม่มีการเลือกตั้ง แม้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาจะสิ้นสุดลงในปี 2024 แล้วก็ตาม สำหรับเซเลนสกีแล้ว สันติภาพหมายถึงการต้องจัดการเลือกตั้ง การตรวจสอบบัญชี และการถูกตั้งคำถามเรื่องการทุจริต นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมทุกครั้งที่การเจรจามีสัญญาณความคืบหน้า เซเลนสกีจึงมักจะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น

    การวางเดิมพันกับพรรคเดโมแครตเป็นหนทางหนึ่งในการยืดเยื้อสงครามออกไปจนถึงเดือนมกราคม เซเลนสกีไม่จำเป็นต้องให้ทรัมป์ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งผ่านกระบวนการอิมพีชเมนต์ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วหากไม่มีเสียงสนับสนุนสองในสามของวุฒิสภา) สิ่งที่เขาต้องการคือการทำให้ทรัมป์ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องอื่นจนไม่มีเวลามาสนใจประเด็นยูเครน
    ⠀
    ประชาชนชาวยูเครนต่างหากที่จะต้องเป็นผู้รับผลของการเดิมพันครั้งนี้ พวกเขาต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่ปราศจากข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงาน และต้องรับมือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทางการเคียฟเพิ่งจะตราหน้าว่าเป็นคน "อ่อนแอ"

    11/10/2026

    #ZFrontier #VolodymyrZelenskyy #DonaldTrump #VladimirPutin #US #Ukraine #Russia #Diesel #Congress #Democrats #Geopolitics
    https://www.facebook.com/share/p/1Dvyejwy4Y/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ยุโรปไม่ท้อ!”
    ประกาศเตรียมคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น!
    FB_IMG_1791658719177.jpg
    คายา คัลลาส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) ด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง ประกาศว่า ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคมนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิก EU เตรียมอนุมัติรายชื่อบุคคลและองค์กรที่จะถูกคว่ำบาตรชุดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย–ยูเครนเริ่มต้นขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียโดยตรง

    เธอยืนยันว่า “นี่ไม่ใช่เวลาที่จะผ่อนคลายแรงกดดันต่อรัสเซีย และยุโรปจะไม่ทำเช่นนั้น!”

    การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลรัสเซีย เพื่อเปิดทางให้น้ำมันดีเซลกลับเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของสหภาพยุโรปที่ต้องการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อมอสโก

    คัลลาส ยังวิจารณ์การตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “การระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลรัสเซีย เท่ากับเป็นการเพิ่มรายได้ให้มอสโกนำไปใช้ทำสงคราม”

    https://www.facebook.com/share/p/1N1v1RZEuM/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ปากแซ่บ" ที่สุดใน บรรดา รมต.เขมร ย้อนรอยอดีต "เขมรแดง" ปี 2568
    นางเฟือง สกุณา รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา
    เคย สาปแช่งประเทศไทย
    FB_IMG_1791692154150.jpg
    คำกล่าวตอนต้น :: สาปแช่งต่อผู้บัญชาการทหารของ "สยามทรยศ"
    .
    ✅ กล่าวเพิ่มภายหลัง “ผู้ใดทำลายทรัพย์สินมรดกที่ถือว่าเป็นผลงานของเทพเจ้า จะถูกลงโทษในนรก 32 ชั้น จนถึงวันที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์สิ้นสูญ เราหวังว่าคำสาปแช่งเหล่านี้จะตกอยู่กับผู้ที่ทำลายปราสาทที่เป็นมรดกของชาติของเรา นี่คือบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่เราจะสอนลูกหลานของเรา”
    .
    อ้างอิง https://mgronline.com/indochina/detail/9680000121046

    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/p/1ErmK6LMp2/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์แผดเสียงลั่นปฐพี เอากี้ออกไป!!!!! _ึงไม่ต้องเป็นแล้วประธานาธิบดี! ขัดความเจริญของยูเครนอยู่นั่นนน

    แล้วก็มาถึงจุดนี้นะครับท่าน ... จุดที่ "หุ่นเชิดตัวตลก" ไม่เหลือศักดิ์ศรี ถูกอภิพญามหาอำนาจทำให้กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก (เอ่อ ... หรือว่าก็เป็นอยู่แล้วนี่นา!)

    เอาแค่การกระทำก็หนักแล้ว นี่ยังซ้ำเติมด้วยคำพูด
    ทรัมป์เพิ่งดีลนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย
    (ใช่แล้ว อเมริกาที่ส่งออกดีเซลเหยียบ 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน
    ใช่แล้ว รัสเซียที่กำลังขาดแคลนดีเซลถึงขั้นต้องนำเข้า และยังมีมาตรการ "แบน" ห้ามส่งออกดีเซลถึงสิ้นเดือน ต.ค.
    ใช่ ล่าสุดรัสเซียปลดแบนออกแล้ว
    ใช่ ล่าสุดอเมริกาหงายบาตรให้รัสเซียชั่วคราวแล้ว
    โลกนี้ช่างพิลึกกึกกือ)

    จะบอกว่า "หักหลัง" ก็ไม่เชิง เพราะทรัมป์ก็ไม่เคยลูบหลังกี้มาก่อน ...

    "ผมแนะว่าคนยูเครนควรจะหาผู้นำใหม่ได้แล้วนะ คนที่จะทำดีลหย่าศึกกับรัสเซียได้ซะที ดีลมันควรจะเกิดขึ้นได้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่จะด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้แหละ มันไม่เกิด" ทรัมป์ตะเบ็งเสียงลั่น

    "ผมว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะ ยูเครนต้องมีประธานาธิบดีคนใหม่แล้วแหละ"

    แน่นอน กี้ก็ย่อมด่าดีลดีเซล
    และมีประชดประชัน
    "วันนี้รัสเซียขอบพระคุณต่อท่านทรัมป์ที่หงายบาตรให้ส่งออกดีเซลด้วยการทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนในซาโปริซเซีย"
    ซาโปริซเซีย คือหนึ่งในดินแดนยูเครนที่รัสเซียยังยึดไม่ได้ทั้งหมด ปะทะกันอยู่
    และวันเสาร์ วันที่ประกาศดีลดีเซลของอเมริกา-รัสเซีย ทางทัพรัสเซียก็ถล่มซาโปริซเซียจริง
    20 ศพ ...

    ทรัมป์คงจะโทษยูเครน ยูเครนเองเป็นต้นเหตที่อเมริกาต้องดีลกับรัสเซีย เพราะกี้ขยันทุบทุบทุบโรงกลั่นรัสเซีย เตือนก็แล้ว ปากเปียกปากแฉะ ปรามยังไงกี้ก็ไม่หยุดไม่ยั้ง โจมตีโรงกลั่นรัสเซียอยู่นั่น ทำให้ราคาดีเซลตลาดโลกแพงบรรลัย
    (จะว่ากี้ก็ไม่ถูก ก็สงครามน่ะ ก็ต้องตีมาตีไป และกี้ก็โวยตลอด ห้ามฉันแต่ไม่ไปห้ามรัสเซียล่ะ แบบนี้ไม่แฟร์กับฉันนะ)

    ทรัมป์กล่าว "ผมบอกเขาไปแล้ว เชิญ do what you want เลย จะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าบึ้มโรงกลั่นละกัน ขอแค่นั้น
    มันมีเป้าให้โจมตีเยอะแยะ เลือกเลย แค่อย่าทำโรงกลั่น
    แล้วสิ่งที่เขาทำก็คือ โจมตีโรงกลั่น!"

    "ขอเหอะ หยุดซะทีโว้ย"

    ก็ไม่รู้ว่าหยุดโจมตี หรือหยุดเป็นประธานาธิบดีไปเลย ทรัมป์ไม่ทนแล้ว

    ทรัมป์กล่าวลอยๆ ... หรือจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่างจริง
    ละครฉากนี้ อเมริกากำกับการแสดง หรือรัสเซีย หรือใคร
    ?

    สงครามต้องจบแล้วมั้ย ไม่ว่าจะสงครามอิหร่านหรือสงครามยูเครน

    หรือที่ควรเปลี่ยนตัวผู้นำคือ อเมริ.. เอ่อ จบดีกว่า

    https://www.reuters.com/business/ae...izhzhia-kills-seven-governor-says-2026-10-10/

    https://www.facebook.com/share/p/1GgvfeLngN/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฝรั่งเศส : Too Big to Save "หนักเกินจะอุ้ม"
    นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล 'พอล ครุกแมน' ชี้! (งี้ก็ต้องปล่อยล้มเหรอ ถ้าอุ้มไม่ไหว???) พร้อมฟันธงจะไถลไปสู่ "วิกฤติอุบาทว์"

    ปกติ เราจะเคยชินกับคำว่า Too Big to Fail "ใหญ่เกินกว่าจะให้ล้ม" (ไม่งั้นล้มทับระเนนระนาดพังครืนกันหมด ; จึงต้องอุ้ม --- คำนี้มีบ่อเกิดมาจากอเมริกา และกล่าวขวัญกัน ประจักษ์ชัดกันทั่วโลก ก็ตอน "วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์")

    ยุโรปก็ประสบมาแล้วทำนองเดียวกัน
    ถ้าคุณอายุมากพอ ก็จะคุ้นๆ ตอนปี 2009-2012 มันเริ่มจากกรีก แล้วก็ลุกลามไปโปรตุเกส สเปน อิตาลี ... นึกขึ้นมาก็ยังสยอง
    คือมันไม่ใช่แค่คำว่ายุโรป แต่พอเป็น "ยูโรโซน" หมายถึงประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรร่วมกัน มันก็เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ได้
    กรีกครั้งนั้นก็ใช่
    ฝรั่งเศสครั้งนี้ก็เช่นกัน

    'พอล ครุกแมน' ชี้ว่าหนังเรื่องนี้กำลังจะฉายวนซ้ำ
    ... แต่ตอนจบต่างออกไป
    ECB แบงก์ชาติยุโรป (แบงก์กลางของยูโรโซน) อาจเข้าช่วยไม่ได้ (?)
    หากมาช่วย จะเกิด "ดราม่า" แห่งความแตกแยกรุนแรง

    เท้าความไปถึงหนังเรื่องเก่าตอนโน้น
    คำว่า "ล้มละลาย" (default) ยังหลอนอยู่เลย
    ชาติที่กล่าวมาข้างต้น กรีก / โปรตุเกส / สเปน / อิตาลี เสี่ยงล้ม (ในที่นี้คือ "ผิดนัดชำระหนี้" ไม่มีปัญญาใช้หนี้พันธบัตร ทั้งดอกทั้งต้น)
    คนผวา ก็ทิ้งพันธบัตรรัฐบาลของชาติเหล่านี้
    ยิ่งทิ้ง ก็เท่ากับยิ่งไม่มีคนมาปล่อยกู้ให้ ชาติพวกนี้ก็ยิ่งเงินตึงมือ แล้วก็เงินขาดมือในที่สุด
    วงจรมรณะ ยิ่งเงินทุนโยกหนีพันธบัตร ก็ยิ่งทำให้ความหวาดหวั่นต่อการล้มละลายยิ่งสูงขึ้นไปอีก ไหนจะดอกเบี้ยที่สูงขึ้น (yield ของพันธบัตรสูงขึ้น)
    ฉิบหายเป็นวงจรไม่รู้จบ

    แล้ว ECB แบงก์ชาติยุโรปก็จำต้องกระโจนเข้าไปคลุกโคลน เลอะเท่าไหร่ไม่เป็นไร ต้องอุ้มขึ้นมาจากปลักโคลนให้ได้
    เอาเงินไปให้กู้แหลกลาญ (เพื่อไม่ให้ล้ม มิฉะนั้น ล้มแล้วจะลากกันลงไปทั้งยูโรโซน)

    'พอล ครุกแมน' ชี้ว่าหากเป็นฝรั่งเศสแล้วจะเกิดปัญหา
    เพราะอะไร?
    เพราะชาติพวกนั้นในคราโน้นยอม "รัดเข็มขัด" จนมิใช่แค่ไส้กิ่ว แต่จนเอวแทบขาด ยอม "หั่นงบ" จนแทบไม่เหลือเนื้อหนัง
    แต่ฝรั่งเศสตรงกันข้ามเลย
    หั่นสิ.. หั่นแล้วก็มาประท้วงกันอยู่นี่ไง
    ตั้งแต่เรื่องยืดอายุเกษียณตอนโน้น จนถึงเรื่องลดครูในโรงเรียนตอนนี้ (และเดี๋ยวก็ต้องมีอีก ไม่ได้แช่งนะ) สุดท้ายรัฐบาลยอมถอย แล้วประเคนงบให้แบบจัดหนัก

    ปรมาจารย์เศรษฐศาสตร์โนเบลทิ่มเข้าเป้า ฝรั่งเศสขาดวินัยทางการคลังอย่างร้ายแรง
    ถ้าคิดจะไปอุ้มฝรั่งเศส มีค้านกันหัวชนฝาแน่
    แต่ถ้าไม่อุ้ม ... ก็คิดเอา ขนาดกรีก ยังต้องอุ้มเลย แล้วนี่ฝรั่งเศส ขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของยูโรโซน ขืนล้มขึ้นมาจะแบนกันทั้งหมดเลยทีเดียว
    แล้วถามว่าใหญ่ขนาดนี้จะอุ้มไหวเหรอ ไม่ใช่เล่นๆ
    มันอาจ "ใหญ่เกินกว่าจะแบกขึ้น"

    ถามว่ามีความเสี่ยงไหม
    ตอนนี้บอกว่าแค่เสียว แต่ยังไม่น่าแตกตื่น (นี่ 'พอล ครุกแมน' บอกนะ ไม่ใช่ผมบอก)
    คือ indicator ต่างๆ มันก็ยังไม่ถึงขั้นตอนกรีกตอนโน้น
    แต่ ...
    มันมีความล่อแหลม
    ก็ yield ของพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสมันสูงดีดเหลือเกินในช่วงนี้ แม้ยังไม่สูงเท่าอเมริกา แต่อัตราเร็วอัตราเร่งในการดีดของมัน ... น่ากลัว
    (*bond : พันธบัตร/หุ้นกู้ ยิ่งราคาตก ก็ yield ยิ่งสูง แปลว่า bond นั้นยิ่งไม่ดี ; ว่าง่ายๆ คือคนไม่ซื้อพันธบัตร เท่ากับว่าคนไม่มาปล่อยกู้ให้)
    แล้วก็อย่างที่ผมเขียนบ่อยๆ เลย บัดนี้ yield พันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุสิบปี (benchmark) ทำลายสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2002 แล้ว ก็บรรลัยไม่ใช่น้อย

    'พอล ครุกแมน' เชิญชวนกันมาดู CDS (Credit Default Swap) ซึ่งว่าง่ายๆ คือเหมือนเราซื้อ bond แล้วเราก็ซื้อประกันด้วย เผื่อคนออก bond นั้นล้ม (ไม่มีปัญญาใช้หนี้คืน)
    ราคาประกันสำหรับพันธบัตรฝรั่งเศสยามนี้มันสูงปรี๊ดขึ้นมาเลย
    แบบนี้มัน "ส่อ"

    ก็คือคนเริ่มหวาดหวั่นหนักเข้ามากๆ แล้วว่าฝรั่งเศสเสี่ยงล้มละลาย (ผิดนัดชำระหนี้) ใช่ย่อย
    ก็ย้ำอีกทีว่า CDS ตอนนี้ยังต่ำกว่าพวกกรีกพวกนั้นตอนวิกฤติครั้งกระโน้นมาก แต่การดีดโด่งผิดหูผิดตาขึ้นมาแบบนี้ ... น่ากลัว
    ไม่อาจชะล่าใจได้เลย

    และที่น่าสะพรึงมาก คือสถานการณ์บ้านเมืองยามนี้ ซึ่งก็คงไม่ต้องบอกเล่าแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ๆ กัน

    และย้ำและย้ำ ฝรั่งเศสไม่เล็ก ล้มขึ้นมาจะยุ่ง

    ยังไงก็ตาม ที่ 'พอล ครุกแมน' มอง ยังไม่ได้มองเลยเถิดถึงขั้นตรงนั้น แต่เน้นแตะความแตกแยกโกลาหลในยูโรโซนมากกว่า ประเด็นจะอุ้มไม่อุ้มชาติที่เสียวินัยทางการคลังอย่างเละเทะ
    ซึ่งก็อย่างที่เห็น ไม่ใช่รัฐบาลฝรั่งเศสจะไม่ทำอะไรเลย แต่ทำแล้วโดนประท้วงสากรรจ์จนต้องถอยทุกทีไป ...

    เพิ่งเขียนไปหยกๆ
    ไม่ต้องระดับรางวัลโนเบลหรอก ชาวบ้านคนเดินดินอย่างผมหรืออย่างใครๆ ก็เห็นเช่นกัน เพิ่งเขียนสาวย้อนไปถึงเรื่องยืดอายุเกษียณ
    ล่าสุด 'พอล ครุกแมน' ก็ชำแหละจุดนี้เช่นกัน การที่รัฐบาลฝรั่งเศสถอย ไม่ยืดอายุเกษียณ นี่เป็นปัญหาเหวอะหวะมาก มันยิ่งจะทำให้งบบานปลายออกไปอีกยืดยาว ฝรั่งเศสจะยิ่งขาดดุลบรรลัย

    อะไรยังไง CDS ที่แม้นับว่าต่ำในวันนี้ อย่าลืมว่าเวลามันโดด มันโดดได้เร็วมาก (ระยะนี้ก็โดดแรงจัดจนหนาวๆ ร้อนๆ แล้ว)
    พริบตาเดียวแหละ เวลามันบึ้ม มันโดดจนตั้งตัวไม่ทันเลย

    หวังว่าคงไม่ถึงขั้นจะล้ม

    เพราะถ้าล้มเมื่อไหร่ มันอาจ "ใหญ่เกินแบก"
    Too Big to Save

    ใหญ่ทะลักจุดอุ้ม

    https://www.facebook.com/share/p/19ViV5wgGM/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! เรือบรรทุกน้ำมันยักษ์
    VLCC ขนาด “2 ล้านบาร์เรล”
    พยายามออกจากฮอร์มุซ
    แต่วิ่งชนทุ่นระเบิดกลางทะลุ
    จนระเบิดและเกิดไฟลุกท่วม

    FB_IMG_1791692373862.jpg

    รายงานเรือบรรทุกน้ำมันยักษ์ 2 ล้านบาร์เรล ถูกทุ่นระเบิดกลางทะเลใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนเกิดระเบิดและไฟลุกท่วม!

    สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังถูกจับตาอย่างหนัก หลัง The Hormuz Letter เผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอ พร้อมรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ประเภท VLCC ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียประมาณ 2 ล้านบาร์เรล ประสบเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บริเวณนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

    ⠀
    ตามรายงานดังกล่าว เรือกำลังพยายามเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซผ่านเส้นทางด้านใต้ใกล้ประเทศโอมาน ก่อนเกิดเหตุที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการชนทุ่นระเบิดทางทะเลของอิหร่าน และเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเป็นอิสระว่าเรือในคลิปถูกทุ่นระเบิดของอิหร่านจริง รวมถึงยังไม่สามารถยืนยันชื่อเรือ ตำแหน่งเกิดเหตุ ความเสียหาย และจำนวนผู้บาดเจ็บได้ จึงต้องระมัดระวังการสรุปสาเหตุจากคลิปที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย

    ⠀
    ทำไมเหตุการณ์นี้จึงสำคัญต่อตลาดน้ำมันโลก?

    เพราะ VLCC หรือ Very Large Crude Carrier เป็นเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกน้ำมันได้ประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อเที่ยว เทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันของโลกเกือบครึ่งชั่วโมง

    หากเกิดเหตุโจมตีเรือขนาดนี้จริง ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสูญเสียน้ำมันบนเรือลำเดียว แต่จะกระทบความเชื่อมั่นของบริษัทเดินเรือ บริษัทประกันภัย และผู้ซื้อน้ำมันทั่วโลก

    ⠀
    สิ่งที่ตลาดต้องจับตาคือความเสี่ยงที่บริษัทเดินเรือจะหลีกเลี่ยงเส้นทางฮอร์มุซ ค่าเบี้ยประกันภัยสงครามเพิ่มสูงขึ้น และต้นทุนขนส่งน้ำมันปรับตัวขึ้น แม้ปริมาณน้ำมันที่ผลิตจากตะวันออกกลางจะยังไม่ได้ลดลงก็ตาม

    นี่คือเหตุผลว่าทำไมราคาน้ำมันจึงสามารถปรับตัวขึ้นได้จากความเสี่ยงด้านการขนส่ง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้แหล่งผลิตน้ำมันถูกโจมตีโดยตรง
    https://www.facebook.com/share/p/19X1MjoNea/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ชี้ว่า
    “ยูเครนต้องเปลี่ยนผู้นำคนใหม่”

    หลังเซเลนสกีโจมตี
    โรงกลั่นน้ำมันดีเซลรัสเซีย
    ที่ทรัมป์ให้ส่งออกน้ำมันมาช่วย
    บรรเทาวิกฤตน้ำมันโลก

    ทรัมป์ส่งสัญญาณแรง! ยูเครนอาจต้องเปลี่ยนผู้นำใหม่ ที่สามารถเจรจากับปูตินได้ พร้อมเรียกร้องให้เซเลนสกีหยุดโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย!

    เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับผู้นำยูเครน แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของนโยบายสหรัฐฯ ต่อสงครามรัสเซีย–ยูเครน โดยเฉพาะเมื่อเรื่องสันติภาพเริ่มเชื่อมโยงเข้ากับราคาน้ำมันและความมั่นคงด้านพลังงานโลกโดยตรง

    ⠀
    สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2026 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย และเสนอว่าเซเลนสกีควรพิจารณาถอยจากตำแหน่งผู้นำประเทศ เพื่อเปิดทางให้บุคคลที่สามารถเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้

    นี่เป็นท่าทีที่มีนัยสำคัญ เพราะที่ผ่านมา ยูเครนใช้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียเป็นหนึ่งในเครื่องมือกดดันทางเศรษฐกิจและลดความสามารถในการสนับสนุนสงครามของมอสโก

    โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ผลิตน้ำมันเบนซินหรือดีเซล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และสนับสนุนกิจกรรมภายในประเทศ

    ดังนั้น การเรียกร้องให้ยูเครนหยุดโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียจึงไม่ใช่แค่ประเด็นทางทหาร แต่มีผลต่อยุทธศาสตร์ด้านพลังงานด้วย

    https://www.facebook.com/share/p/1ED3JhTdMo/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]

    ฮูตียิงถล่มสนามบินซาอุ
    ที่กรุงริยาด จนมี
    ผู้เสียชีวิตแล้ว 12 ราย
    บาดเจ็บอีก 309 ราย

    สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2026 และอัปเดตในวันที่ 11 ตุลาคมว่า ทางการซาอุดีอาระเบียเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิต 12 ราย และผู้บาดเจ็บ 309 ราย จากการโจมตีสนามบินนานาชาติ in King Khalid International Airport ในกรุงริยาด

    ตามรายงานของ Bloomberg เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่ง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน

    ทางการซาอุดีอาระเบียยังระบุว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นชาวอเมริกัน ขณะที่สหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสนามบินดังกล่าว

    ⠀
    สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่ากังวลเป็นพิเศษ คือความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในประเทศเยเมนอีกต่อไป

    กลุ่มฮูตีเป็นกองกำลังที่ควบคุมพื้นที่สำคัญของเยเมน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรราว 70% ของประเทศ ขณะที่กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียกำลังเดินหน้าปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อปราบปรามกลุ่มฮูตี

    การโจมตีสนามบินในเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียจึงสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะกระทบโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและเศรษฐกิจของภูมิภาคมากขึ้น

    ⠀
    แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อนักลงทุนทั่วโลก?

    คำตอบอยู่ที่บทบาทของซาอุดีอาระเบียในตลาดพลังงาน

    ซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายการผลิตของกลุ่ม OPEC+

    หากความขัดแย้งขยายตัวไปถึงแหล่งผลิตน้ำมัน โรงกลั่น ท่าเรือส่งออก หรือเส้นทางขนส่งพลังงาน ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ตะวันออกกลาง แต่สามารถส่งผ่านไปยังราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และตลาดการเงินทั่วโลก

    อย่างไรก็ตาม การโจมตีสนามบินเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะลดลงทันที

    ⠀
    สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาคือ Risk Premium หรือส่วนเพิ่มของราคาน้ำมันที่ตลาดยอมจ่ายเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

    แม้ปริมาณน้ำมันในตลาดยังไม่ลดลง แต่หากผู้ซื้อและผู้ค้ากังวลว่าอุปทานในอนาคตอาจสะดุด ราคาน้ำมันก็สามารถปรับตัวสูงขึ้นล่วงหน้าได้

    และหากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผลกระทบอาจส่งต่อเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ต้นทุนขนส่ง ราคาสินค้า อัตราเงินเฟ้อ ไปจนถึงการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

    https://www.facebook.com/share/p/1VCcUb6czc/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! ซาอุฯ แถลงยอดดับกว่า 12 ในนั้นมีชาวอเมริกันดับ 1 ราย เจ็บกว่า 309 กบฎฮูตีโจมตีขีปนาวุธ 2 ลูกใส่อาคารผู้โดยสาร 2 แห่งในสนามบินนานาชาติคิงคาลิด โดนโจมตีรอบ 2 ใน 4 วันผ่านมา ปธน.ทรัมป์กำลังตัดสินใจร่วมซาอุฯตอบโต้ BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/19qAAdYosP/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิจัยสหรัฐฯ พัฒนา “เข็มเดียวซ่อมข้อ” ทดลองในสัตว์ได้ผลในไม่กี่สัปดาห์ แต่ยังต้องพิสูจน์ในคน

    12 ตุลาคม 2569 นักวิจัยจาก #มหาวิทยาลัยโคโลราโดโบลเดอร์ (University of Colorado Boulder) ร่วมกับ #มหาวิทยาลัยโคโลราโดแอนชูตซ์ (CU Anschutz) และ #มหาวิทยาลัยรัฐโคโลราโด (Colorado State University) กำลังพัฒนา #วิธีรักษาข้อเสื่อม ที่ไม่ได้มุ่งแค่ลดอาการปวด แต่หวังให้ #ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อข้อที่เสียหายขึ้นมาใหม่
    .
    แนวคิดคือการฉีดยาที่ข้อเพียงครั้งเดียว โดยใช้อนุภาคพิเศษเป็นตัวพายาที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อยู่แล้ว เข้าไปในข้อ แล้วค่อย ๆ ปล่อยยาเป็นช่วง ๆ เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายได้นานหลายเดือน แทนที่จะปล่อยยาออกมาครั้งเดียวแล้วหมดฤทธิ์เร็ว
    .
    University of Colorado Boulder รายงานว่า การทดลองในสัตว์ที่มีข้ออักเสบและความเสียหายของกระดูกอ่อนพบว่า #ข้อที่ได้รับการรักษากลับเข้าสู่สภาพใกล้เคียงปกติ ภายในประมาณ 4–8 สัปดาห์ และในบริเวณที่กระดูกอ่อนหรือกระดูกได้รับความเสียหายเป็นแผล นักวิจัยก็พบการสร้างเนื้อเยื่อเพื่อซ่อมแซมบริเวณดังกล่าวด้วย
    .
    ทีมวิจัยยังนำเซลล์มนุษย์จากผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อมาใช้ทดสอบในห้องปฏิบัติการ ผลเบื้องต้นพบสัญญาณที่สนับสนุนแนวคิดว่าการรักษาอาจกระตุ้นกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้ แต่ผลจากเซลล์ในห้องทดลองยังไม่ใช่หลักฐานว่าการฉีดวิธีนี้จะซ่อมข้อในคนได้จริง
    .
    ที่สำคัญ ขณะนี้การรักษายังอยู่ในขั้นก่อนทดลองในมนุษย์ โดยโครงการกำลังเข้าสู่การศึกษาที่จำเป็นก่อนยื่นขอเริ่มการทดลองในคน และบริษัท Renovare Therapeutics ซึ่งตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2569 ระบุว่าเป้าหมายคือเตรียมการทดลองระยะที่ 1 ในมนุษย์ภายในปี 2571 หากขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยและการกำกับดูแล
    .
    ความคืบหน้าครั้งนี้น่าสนใจตรงที่แนวทางรักษาข้อเสื่อม กำลังเปลี่ยนจากการ #เน้นลดปวดหรือชะลออาการ ไปสู่ความพยายาม #.ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายโดยตรง แต่ในปัจจุบันแนวทางรักษามาตรฐานยังเน้นการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การจัดการอาการปวด และการรักษาอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละคน ขณะที่การรักษาแบบเซลล์หรือการฟื้นฟูข้อยังมีหลักฐานและข้อจำกัดแตกต่างกันไป
    .
    พูดง่าย ๆ คือ นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามเปลี่ยนจาก “รักษาข้อเสื่อมแล้วอยู่กับโรค” เป็น “กระตุ้นให้ร่างกายซ่อมข้อที่เสียหาย” ผลในสัตว์ถือว่าน่าสนใจ แต่คำตอบสำคัญที่สุดยังรอการทดลองในคนว่า วิธีนี้จะซ่อมข้อได้จริง ปลอดภัยแค่ไหน และให้ผลได้นานเพียงใด
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1JvFyve6bX/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ญี่ปุ่นประท้วงรัสเซีย' ขอส่งตัว 'ระธาน ICC' จากเนเธอร์แลนด์ ชี้ถูกกดดันสองด้าน หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรผู้พิพากษาญี่ปุ่น

    10 ตุลาคม 2569 #รัฐบาลญี่ปุ่น ประท้วง #รัสเซีย หลังสำนักงานอัยการสูงสุดรัสเซียยื่นคำร้องต่อ #เนเธอร์แลนด์ ให้ส่งตัว #โทโมโกะ อากาเนะ (Tomoko Akane) #ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) สัญชาติญี่ปุ่น พร้อมเจ้าหน้าที่ศาลอีก 8 คน โดยโตเกียวมองว่าการดำเนินการที่มุ่งเป้าบุคลากรของศาลเป็น #มาตรการที่ไม่เป็นธรรม และไม่อาจยอมรับได้ พร้อมเตรียมพิจารณาตอบโต้ผ่านช่องทางการทูต
    .
    มาซานาโอะ โอซากิ (Masanao Ozaki) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า ญี่ปุ่นได้ส่งสัญญาณ #คัดค้านรัสเซีย หลายครั้ง และจะประสานงานกับ #ICC และประเทศภาคีธรรมนูญกรุงโรม เพื่อพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมเพิ่มเติม
    .
    คำร้องของรัสเซียเกี่ยวข้องกับกรณี ICC ออกหมายจับประธานาธิบดี #วลาดิเมียร์ปูติน (Vladimir Putin) เมื่อเดือนมีนาคม 2566 จากข้อกล่าวหา #อาชญากรรมสงคราม เกี่ยวกับการเนรเทศและโยกย้ายเด็กยูเครนจากพื้นที่ยึดครองไปยังรัสเซีย รวมถึงออกหมายจับมาเรีย ลโววา-เบโลวา (Maria Lvova-Belova) เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิเด็กของรัสเซียด้วย หมายจับดังกล่าวเป็นกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดแล้ว
    .
    รัฐบาลมอสโกตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีบุคลากร ICC ที่เกี่ยวข้องกับการออกหมายจับ และในเดือนธันวาคม 2568 ศาลในกรุงมอสโกได้พิพากษาลับหลังเจ้าหน้าที่ศาลหลายราย รวมถึงอากาเนะ โดยกำหนดโทษจำคุกต่างกันตั้งแต่ 3 ปีครึ่งถึง 15 ปี ล่าสุดรัสเซียจึงยื่นคำร้องให้เนเธอร์แลนด์ส่งตัวบุคคลทั้ง 9 คน อย่างไรก็ตาม การยื่นคำร้องไม่ได้หมายความว่าเนเธอร์แลนด์ยอมรับคำขอหรือจะส่งตัวบุคคลเหล่านั้นให้รัสเซีย
    .
    แรงกดดันต่ออากาเนะ ไม่ได้มาจากรัสเซียเพียงฝ่ายเดียว เพราะสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ (Donald Trump) ประกา #ศคว่ำบาตร เธอเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 จากข้อกล่าวหาว่า ICC ดำเนินการต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และ #อิสราเอลอย่างไม่เป็นธรรม กรณีนี้ทำให้ญี่ปุ่นเผชิญโจทย์ทางการทูต เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญ ขณะที่ญี่ปุ่นยืนยันสนับสนุนความเป็นอิสระของศาลและหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ
    .
    ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาว่า ญี่ปุ่นสนับสนุน ICC อย่างต่อเนื่องเพื่อธำรงหลักนิติธรรม และจะเดินหน้าสนับสนุนต่อไป ก่อนหน้านี้เธอได้หยิบยกประเด็นมาตรการคว่ำบาตรขึ้นหารือกับทรัมป์ในการพบกันเมื่อเดือนกันยายน
    .
    ICC ตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีหน้าที่ดำเนินคดีบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมฐานรุกราน ภายใต้เงื่อนไขเขตอำนาจของศาล โดยญี่ปุ่นเป็นรัฐภาคีของธรรมนูญกรุงโรม ส่วนรัสเซียและสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นรัฐภาคี
    .
    กรณีนี้เป็นมากกว่าข้อพิพาทระหว่างญี่ปุ่นกับรัสเซีย เพราะสะท้อนแรงกดดันต่อระบบยุติธรรมระหว่างประเทศจากมหาอำนาจหลายฝ่าย และทดสอบว่าประเทศที่สนับสนุน ICC จะรักษาความร่วมมือกับศาลได้อย่างไร เมื่อบุคลากรของศาลต้องเผชิญทั้งการดำเนินคดีลับหลังและมาตรการคว่ำบาตรจากต่างประเทศ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19WZXBwNZi/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "กรีนแลนด์" ย้ำสิทธิแยกเอกราช จากเดนมาร์ก แม้เปิดทางสหรัฐฯ ขยายฐานทัพ เดิมพันใหม่กลางเกมอำนาจอาร์กติก
    FB_IMG_1791693391804.jpg
    10 ตุลาคม 2569 #กรีนแลนด์ เดินหน้าศึกษาเส้นทางสู่ #เอกราชจากเดนมาร์ก ต่อไป แม้เพิ่งทำ #ข้อตกลงความมั่นคง ฉบับใหม่กับ #สหรัฐฯ ซึ่งเปิดทางให้ #กองทัพอเมริกัน ขยายบทบาทในดินแดน #อาร์กติก แห่งนี้ โดย นิวี โรซิง (Nivi Rosing) ประธานคณะกรรมาธิการนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของรัฐสภากรีนแลนด์ กล่าวตามรายงานที่อ้างถึงสำนักข่าว Bloomberg ว่า การสนับสนุนเอกราชยังคงมีอยู่ และไม่มีประเทศใดควรเข้ามากำหนดว่ากรีนแลนด์จะเดินหน้าเร็วหรือช้าเพียงใด
    .
    ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ลงวันที่ 22 กันยายน 2569 เป็นการแก้ไขและเพิ่มเติมข้อตกลงป้องกันประเทศที่มีมาตั้งแต่ปี 2494 โดยรับรองทั้งอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก ตลอดจนสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของชาวกรีนแลนด์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเปิดทางให้สหรัฐฯ ปรับปรุงและขยายกิจกรรมที่ฐานทัพอวกาศพิทูฟฟิก (Pituffik Space Base) และจัดตั้งพื้นที่ป้องกันเพิ่มเติมที่นาร์ซาร์ซวก (Narsarsuaq) และเมสเตอร์สวิก (Mestersvig) ตามรายละเอียดที่ทั้งสามฝ่ายต้องตกลงร่วมกัน
    .
    ข้อตกลงยังสนับสนุนการมีบทบาทขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในภูมิภาคอาร์กติกมากขึ้น ทั้งการวางแผนทางทหาร การฝึก การประจำกำลัง และการรวบรวมข่าวกรอง สะท้อนความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมระหว่างอเมริกาเหนือกับยุโรป และเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางทหาร รวมถึงการแข่งขันกับรัสเซียและจีน
    .
    อย่างไรก็ตาม การเพิ่มบทบาททางทหารของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำให้กรีนแลนด์กลายเป็นรัฐเอกราชโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ได้กรรมสิทธิ์เหนือเกาะแห่งนี้ ข้อตกลงยังยืนยันกรอบอธิปไตยของเดนมาร์ก ขณะที่กระบวนการแยกตัวต้องดำเนินตามกฎหมายปกครองตนเองของกรีนแลนด์ปี 2552 ซึ่งกำหนดขั้นตอนสำหรับการตัดสินใจเรื่องเอกราช
    .
    จูโน เบอร์เธลเซน (Juno Berthelsen) รองประธานคณะกรรมาธิการนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงจากพรรคฝ่ายค้านนาเลรัก (Naleraq) สนับสนุนแนวคิดที่ว่ากรีนแลนด์ควรมีอำนาจตัดสินใจอนาคตของตนเอง แต่มีข้อกังขาต่อการคงบทบาทของเดนมาร์กในโครงสร้างความมั่นคง และมองว่ากรีนแลนด์ควรพัฒนาขีดความสามารถของตนเองเพิ่มเติม เช่น การดูแลชายฝั่งและความมั่นคงที่ไม่ใช่ทางทหาร
    .
    แรงกดดันจากประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ ที่เคยแสดงความต้องการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์ ทำให้ประเด็นเอกราชได้รับความสนใจระหว่างประเทศมากขึ้น แต่ก็เพิ่มความกังวลเรื่อง #การพึ่งพามหาอำนาจรายใหม่ ด้วยเช่นกัน ผลการเลือกตั้งรัฐสภากรีนแลนด์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 สะท้อนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและความพร้อมทางเศรษฐกิจ พรรคเดโมเคราติต (Demokraatit) ซึ่งสนับสนุนการเดินหน้าเอกราชอย่างค่อยเป็นค่อยไป ได้คะแนนประมาณ 29.9% ขณะที่พรรคนาเลรัก ซึ่งผลักดันเอกราชรวดเร็วกว่า ได้ประมาณ 24.5%
    .
    กรีนแลนด์ ไม่ใช่เพียงต้องการ #แยกตัวจากเดนมาร์ก แต่รวมถึงการสร้างฐานเศรษฐกิจ รายได้สาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบความมั่นคงให้รองรับการเป็นรัฐเอกราชได้จริง ขณะเดียวกันต้องรักษาสิทธิของประชาชนไม่ให้การแย่งชิงอิทธิพลของมหาอำนาจกลายเป็นตัวกำหนดอนาคตของเกาะแห่งนี้
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1DGZYJKPYW/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,788
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UN จวกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ICC ทั้งองค์กร หวั่นสะเทือนกระบวนการยุติธรรมโลก–วอชิงตันย้ำไม่ยอมให้ศาลไต่สวนชาวอเมริกัน

    10 ตุลาคม 2569 อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) #เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) #ประณามรัฐบาลสหรัฐฯ หลังประกาศ #คว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court: #ICC) ในฐานะองค์กร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยเตือนว่า มาตรการดังกล่าว กระทบความสามารถของศาลใน #การดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงระหว่างประเทศ รวมถึงคดีที่ส่งต่อโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและประเทศภาคีธรรมนูญกรุงโรม
    .
    สเตฟาน ดูจาร์ริก (Stéphane Dujarric) โฆษกเลขาธิการ UN กล่าวว่า กูเตอร์เรสกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ย้ำว่า #UN สนับสนุน #ความเป็นอิสระของศาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจน #เรียกร้องให้ทุกประเทศเคารพพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และร่วมมือกัน #นำผู้กระทำผิดในอาชญากรรมร้ายแรง มารับผิดชอบต่อการกระทำของตน
    .
    มาตรการครั้งนี้ประกาศโดย #กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่ม ICC เข้าใน #บัญชีคว่ำบาตรของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ส่งผลให้ทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจสหรัฐฯ ถูกอายัดตามเงื่อนไข และจำกัดธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสหรัฐฯ โดยเป็นการขยายมาตรการจากเดิมที่มุ่งเป้าเจ้าหน้าที่ ผู้พิพากษา และอัยการบางราย ไปสู่ตัวสถาบันโดยตรง
    .
    มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่ยอมรับอำนาจของ ICC ในการดำเนินคดีกับชาวอเมริกัน โดยสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรม ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังวิจารณ์การดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลด้วย
    .
    ข้อพิพาทรุนแรงขึ้นหลัง ICC ออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน #เนทันยาฮู (Benjamin #Netanyahu) และอดีตรัฐมนตรีกลาโหมโยอาฟ กัลแลนต์ (Yoav Gallant) ของ #อิสราเอล เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ในข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เกี่ยวข้องกับสงครามในฉนวนกาซา ทั้งนี้ หมายจับเป็นกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิดแล้ว
    .
    ICC ยืนยันว่าการคว่ำบาตรเป็นความพยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและกดดันผู้ที่ทำงานให้ศาล แต่ยืนยันว่าจะยังปฏิบัติหน้าที่ตามธรรมนูญกรุงโรมต่อไป ขณะที่สหภาพยุโรปและรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาล แสดงความกังวลต่อมาตรการของสหรัฐฯ และย้ำการสนับสนุนให้ศาลสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    แม้สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรทั้งองค์กร แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไป 4 ฉบับเพื่อยกเว้นธุรกรรมบางประเภท รวมถึงกิจกรรมที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของ ICC เป็นเวลา 180 วัน ตลอดจนบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทุนบำเหน็จบำนาญของศาล และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกควบคุมตัว จึงยังต้องติดตามว่าข้อยกเว้นเหล่านี้จะช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินงานได้มากน้อยเพียงใด
    .
    ความขัดแย้งนี้สะท้อนปัญหาสำคัญของ #ระบบยุติธรรมระหว่างประเทศว่า ศาลที่มีอำนาจดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงจะรักษาความเป็นอิสระและดำเนินงานต่อไปได้อย่างไร เมื่อเผชิญแรงกดดันจากมหาอำนาจที่ไม่ได้เป็นภาคีของศาล ขณะเดียวกัน ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับ ICC แต่อาจลามไปถึงความร่วมมือทางการเงิน เทคโนโลยี และการสนับสนุนเหยื่ออาชญากรรมระหว่างประเทศด้วย
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/18V3nY3f9U/
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...